กทพ.ยังมีข้อพิพาทกับกลุ่มBEM อีก 17คดี ทั้งเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วแต่ยังไม่มีคำตัดสินขั้นสุดท้าย รวมทั้งเรื่องที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต ทั้ง17 คดีนี้ คิดเป็นวงเงินกว่า 1.3 แสนล้านบาทบอร์ด กทพ.ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีสุรงค์ บูลกุล เป็นประธานจึงมีไอเดียว่าควรเจรจากับเอกชนเพื่อยุติข้อพิพาทเหล่านี้เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ล่าสุดบอร์ด กทพ.มีมติขยายอายุสัมปทานให้ BEM ใน 3 โครงการออกไปอีก 30 ปี นับจากวันสิ้นสุดสัญญาคือ ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วนดีและทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด เพื่อแลกกับการจ่ายค่าโง่ ทั้งในคดีสร้างทางแข่งขันและคดีปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรม รวมทั้งยุติข้อพิพาททั้ง 17 คดี
น่าแปลกที่บอร์ด กทพ.ไม่คิดจะสู้ แต่กลับถอดใจยอมแพ้เอกชนแต่โดยดี ทั้งที่คดีเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุดและยังไม่มีคำพิพากษาของศาลว่ากันว่าผู้ใหญ่บางคนในทำเนียบรัฐบาลมีคำสั่งสายตรงมาถึงผู้บริหารให้เร่งดำเนินการก่อนรัฐบาลชุดนี้จะพ้นวาระ และที่ผ่านมาผู้ว่าการ กทพ.คนล่าสุด สุชาติชลศักดิ์พิพัฒน์ ถูกโยกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมาหลังจากรับตำแหน่งมาไม่ถึง 1 ปีเพราะผู้ใหญ่เห็นว่าทำงานล่าช้าไม่ทันใจ
น่าสนใจว่า ครม.ที่กำลังจะหมดวาระจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ขนาดนี้อย่างไรเพื่อให้สาธารณชนเห็นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครไม่ได้ทิ้งทวนตามที่เขาว่ากัน