ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. วิรไท สันติประภพ ระบุ สถานการณ์สงครามการค้าซึ่งยังไม่มีข้อยุติ และเริ่มมีความยืดเยื้อ ล่าสุดความขัดแย้งเริ่มขยายวงไปสู่สินค้าเทคโนโลยีนั้น ธปท.คาดการณ์ไว้แล้วว่าสงครามการค้าจะสร้างความผันผวนกับตลาดเงินตลาดทุน และมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย เช่นเดียวกับประเด็นทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท.ต้องติดตามผลกระทบต่างๆ อย่างใกล้ชิดว่าผลกระทบนี้จะมีผลข้างเคียงสู่ภาคอื่นๆ อย่างไรบ้าง
ด้านรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุ สงครามการค้าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรง โดยคาดว่าปีนี้การส่งออกไทยจะขยายตัวเหลือ 0-1% จากที่เคยตั้งไว้ 3-5% ขณะที่จีดีพีจะอยู่ที่ 3.4-3.5% หากสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนทั้งหมดที่มีมูลค่า 3.2 แสนล้านดอลลาร์ จะยิ่งฉุดให้ส่งออกต่ำกว่า 0% แน่นอน
แผนการรับมือคือเอกชนขอให้รัฐบาลรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับเอกชนตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ หรือวอร์รูม โดยเร็ว เพื่อหาแนวทางแก้ไขและมาตรการช่วยเหลือเป็นรายอุตสาหกรรม