ต่อจากนั้นเป็นขั้นตอนการเสนอชื่อประธานวุฒิสภา ซึ่งนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ สมาชิกวุฒิสภา ได้เสนอชื่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีผู้รับรองถูกต้อง และไม่มีการเสนอใครแข่ง ทำให้นายพรเพชร ได้รับเลือกเป็นประธานแบบไร้คู่แข่งนายพรเพชร แสดงวิสัยทัศน์เล่าถึงประวัติการศึกษาและการทำงานในอดีต พร้อมระบุว่าในช่วงที่เป็นประธาน สนช. ได้ออกกฎหมายกว่า 500 ฉบับ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และสิ่งสำคัญที่สุดคือกฎหมายที่ สนช. ออก มีคนเฝ้ามองและท้าทายนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ 5-6 ฉบับ แต่ไม่มีฉบับใดเป็นโมฆะ
ทั้งนี้ ส.ว. ชุดนี้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และจะร่วมดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันจะร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกฎหมายสำคัญต่อไป พร้อมขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เสนอชื่อและให้การรับรอง
ต่อจากนั้นเป็นการพิจารณาเลือกรองประธานวุฒิสภา โดยนายสุวพันธุ์ เสนอชื่อ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และนายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต. เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 แบบไร้คู่แข่งเช่นกัน และทั้ง 2 คนก็ได้แสดงวิสัยทัศน์
จากนั้นก็ปิดประชุมภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว นายพรเพชร พร้อมด้วย พลเอก สิงห์ศึก และนายศุภชัย ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนพร้อมกัน
โดยนายพรเพชร บอกว่า วันนี้ปลื้มปีติมาก เรื่องแรกคือ วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี เสร็จมาทรงเปิดการประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก และพระราชทานพระบรมราโชวาท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทั้ง2สภาจะน้อมนำมาปฏิบัติ และอีกประการคือ ปลาบปลื้มที่วันนี้การเลือกประธาน ส.ว. มีสมาชิกเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรีขอยังไม่ตอบและต้องให้เกียรติสมาชิกพูดคุยกันก่อน และยังไม่อยากพูดอะไรที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกัน นอกจากนี้ยังไม่มีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ตำแหน่งของตน
ทั้งนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ปฏิเสธต่อกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ารับตำแหน่งเพราะการล็อคโหวต ว่า ไม่มีและเป็นความจริง ทั้งนี้ในกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภาตั้งข้อสังเกตและอภิปรายในที่ประชุมนั้น เชื่อว่าจะไม่เป็นชนวนที่สร้างรอยร้าวและกระทบต่อการทำงานของวุฒิสภาในอนาคต ขณะที่สังคมจับตาการทำงานของวุฒิสมาชิกว่าจะถูกครอบงำหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าต้องพิสูจน์ด้วยการทำงาน
นายพรเพชร ยังปฏิเสธที่จะให้ความชัดเจนต่อการร่วมเลือกลงมตินายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ระบุเพียงว่าตนต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง