เนชั่นทีวี

ข่าว

จับกะเหรี่ยงล่าหมีขอ-ลิงกังรับไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธKNU

24 พ.ค. 2562 | Sarut

จับกะเหรี่ยงล่าหมีขอ-ลิงกังรับไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธKNU

กาญจนบุรี-จับหนุ่มกะเหรี่ยง นายพรานล่าหมีขอ-ลิงกัง ในเขต อช.ไทรโยค สารภาพโกหกเป็นกองกำลังติดอาวุธKNUเพื่อหวังอาศัยความคุ้นเคยระหว่างผู้นำกับเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวขณะถูกจับกุม ด้านผู้นำกองกำลังติดอาวุธKNU ขอพบดูตัวพร้อมตรวจสอบอาวุธระบุไม่ใช่ปืนของกลุ่มKNU ส่งตัวฝากขังศาล

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า นำโดยนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค รองหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ พญาเสือ (กรมอุทยานฯ)ได้จับกุมตัวนายซาตู ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนกลมืออัตโนมัติ (Automatic) ยี่ห้อ Colt AR 15 ยิงกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 1 กระบอก แม็กกาซีนบรรจุกระสุน ขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 1 อัน กระสุนขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 38 นัด อาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อ Baikal ขนาดลำกล้องยาว 73 ซ.ม. ความยาวรวมพานท้าย 114 ซ.ม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด อาวุธปืนแก๊ป ขนาดลำกล้องยาว 110 ซ.ม. ความยาวรวมพานท้าย 153 ซ.ม. จำนวน 1 กระบอกซากหมีขอรมควัน จำนวน 21 ชิ้น น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม และซากลิงกังรมควัน จำนวน 24 ชิ้น น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม ซึ่งพื้นที่จับกุม อยู่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร โดยระหว่างถูกจับกุม นายซาตู ได้อ้างว่าตนเองเป็นชนกลุ่มน้อยกองกำลังติดอาวุธ KNU สาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงบันทึกข้อมูลตามคำให้การของนายซาตู ผู้ต้องหาเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 ที่บริเวณป่าเขาเลาะ (เหมืองเดวิด) หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยหลังการจับกุม สื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ ต่างนำเสนอข่าวไปว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุมกองกำลังติดอาวุธ KNU จนเป็นข่าวโด่งดัง


 

ล่าสุดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษา หน่วยพญาเสือ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านเว็บไซด์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า ตนได้รับการประสาน จาก ผู้นำกองกำลังติดอาวุธ KNU ู ช่วงเวลา เที่ยงวัน จะขอพบ และจะขอดูตัว นายซาตู -ที่อ้างว่า เป็น จนท ของ กองกำลังติดอาวุธKNU  ด้วย ช่วงเวลา ประมาณ บ่ายสามโมง ผู้นำกองกำลังฯมาถึง สภ. ไทรโยค จึงได้แจ้ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นายพนัชกร โพธิบัณฑิต เจ้าของคดี ไปร่วมตรวจสอบ และร่วมสอบถามนายซาตูจากการสอบถามนายซาตู นายซาตูได้พูดข้อเท็จจริงว่า : ตนเคยเป็นกองกำลังอิสระ ไม่ใช่ กองกำลังติดอาวุธKNU ตามที่อ้างตนได้รู้จักกับผู้นำคนไทย เมื่อมีสัตว์ป่า หรือ ซากสัตว์ป่าก็จะนำไปขายให้กับผู้นำคนดังกล่าว ตนจะเข้าไปหาสัตว์ป่าตามแนวชายแดน เพราะ ไม่มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยใด เดินตามแนวตะเข็บ ตนกับพวกจึงใช้โอกาสดังกล่าว ออกล่าสัตว์ป่า เพื่อนำมาขาย แต่ตนได้อ้าง กับเจ้าหน้าที่ไทรโยค ว่าเป็น กองกำลังติดอาวุธKNUนั้น เพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ จะรู้จักและคุ้นเคยกับKNU จึงได้อ้างเพื่อให้ปล่อยตัว เท่านั้น ส่วนปืน ผู้นำKNU ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ปืนของกองกำลัง ของKNU แต่อย่างใด เนื่องจาก อาวุธที่กองกำลังติดอาวุธKNUใช้ไม่ใช่รุ่นนี้ผู้นำได้บอกอีกว่า ฝั่งกองกำลังติดอาวุธKNU ได้ฝึก และ อบรม จนท ของกองกำลัง ไม่ให้ ตัดต้นไม้และล่าสัตว์ป่า อย่างเด็ดขาด นอกจากมีเหตุ จำเป็นจริงๆ ต่อการดำรงชีพ และได้เรียน ต่อนายพนัชกร อีกว่า ทางกองกำลังติดอาวุธKNU ยังมีความสัมพันธ์ที่ดี ต่อเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ต่อไปเสมอ และพร้อมให้ความร่วมมือ ในการปกป้องป่า ด้วยเช่นกันผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.วันชัย อ่อนละออ ผกก.สภ.ไทรโยค เปิดเผยว่า นายซาตู ผู้ต้องหา ได้ยอมรับสารภาพแล้วว่าตนเองกับเพื่อนอีก 2 คนที่หนีไปได้ ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงKNU แต่เป็นชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยบ้านเคาะป้อก จ.ทวาย และมีอาชีพเป็นพรานล่าสัตว์ป่าเพื่อนำไปขาย  และขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค กำลังสอบปากคำนายซาตู เพิ่มเติม และในช่วงบ่ายวันนี้ (24 พ.ค.)เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผัดแรก จากทั้งหมด 7 ผัด
 

ข่าวล่าสุด