จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า นำโดยนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค รองหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ พญาเสือ (กรมอุทยานฯ)ได้จับกุมตัวนายซาตู ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนกลมืออัตโนมัติ (Automatic) ยี่ห้อ Colt AR 15 ยิงกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 1 กระบอก แม็กกาซีนบรรจุกระสุน ขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 1 อัน กระสุนขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 38 นัด อาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อ Baikal ขนาดลำกล้องยาว 73 ซ.ม. ความยาวรวมพานท้าย 114 ซ.ม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด อาวุธปืนแก๊ป ขนาดลำกล้องยาว 110 ซ.ม. ความยาวรวมพานท้าย 153 ซ.ม. จำนวน 1 กระบอกซากหมีขอรมควัน จำนวน 21 ชิ้น น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม และซากลิงกังรมควัน จำนวน 24 ชิ้น น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม ซึ่งพื้นที่จับกุม อยู่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร โดยระหว่างถูกจับกุม นายซาตู ได้อ้างว่าตนเองเป็นชนกลุ่มน้อยกองกำลังติดอาวุธ KNU สาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงบันทึกข้อมูลตามคำให้การของนายซาตู ผู้ต้องหาเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 ที่บริเวณป่าเขาเลาะ (เหมืองเดวิด) หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยหลังการจับกุม สื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ ต่างนำเสนอข่าวไปว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุมกองกำลังติดอาวุธ KNU จนเป็นข่าวโด่งดัง