กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ราช กรุ๊ป กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ ระบุ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจขยายฐานการเติบโตจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าไปยังระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รองรับโอกาสการลงทุนภายในประเทศจากแผนยุทธศาสตร์ชาติแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ โดยปี 2562-2566 จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้ได้เฉลี่ยปีละ700 เมกะวัตต์ หรือรวม 3,500 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานรูปแบบต่างๆคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 10,000-20,000 ล้านบาทต่อปี
โดยในปี 2566 จะเพิ่มสัดส่วนในระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน20% จากปัจจุบันที่ 10% และยังคงสัดส่วนรายได้หลักจากธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานสัดส่วน80% โดยมีกำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ มูลค่า2 แสนล้านบาท และพลังงานทดแทน 2,000 เมกะวัตต์
ส่วนแผนการลงทุนปี 2562 จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และขนาดเล็กในไทย2 โครงการ และ 6 โครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและเจรจาการร่วมทุนกับพันธมิตรในต่างประเทศได้แก่ สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน และฟิลิปปินส์
สำหรับโครงการสร้างโรงไฟฟ้าภาคตะวันตกจะใช้ชื่อ โครงการโรงไฟฟ้าหินกองซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าหน่วยละ 700 เมกะวัตต์ รวมเป็น1,400 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนก่อสร้างรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท กำหนดก่อสร้างในปี 2564 โดยโรงไฟฟ้าหินกองหน่วยที่1 จะสร้างเสร็จและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ประมาณปี 2567-2568
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสนใจลงทุนโครงการรถไฟฟ้า ถนนมอเตอร์เวย์ที่กำลังจะเปิดประมูลในอนาคตรวมทั้งธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีInternet of Things และโทรคมนาคม โดยจะเป็นการลงทุนเพื่อช่วยยกระดับปัจจัยพื้นฐานที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้า