นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดพิเศษ ว่า เป็นไปด้วยดี ซึ่งได้รับคำยืนยันจากภาคเอกชนพร้อมร่วมมือกับรัฐบาล และทางรัฐบาลได้ขอบคุณภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และอยากเห็นความร่วมมือจากภาคเอกชนตลอดไปทั้งนี้ การประชุมไม่ได้มีการหารือถึงผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่ทางภาคเอกชนฝากให้รัฐบาลเร่งสร้างบุคคลากร เพื่อรองรับงานในอนาคต ซึ่งได้มอบหมายกระทรวงที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกับภาคเอกชน จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเพิ่มกำลังคนให้เหมาะสมกับงานนายสมคิด ยังปฏิเสธด้วยว่า หลังจบประชุม กรอ. ไม่ได้มีการหารือทางการเมืองกับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่า หากการเมืองดี เศรษฐกิจก็ดีขึ้น เพราะปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการส่งออก และช่วงที่ผ่านมาอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง แม้จะผ่านมาแล้ว 5 เดือน แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ทำให้ภาคเอกชนยังชะลอการลงทุนเพื่อรอดูรัฐบาลใหม่ ซึ่งก็หวังว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองในเวลาอีกไม่นานโดยทุกฝ่ายก็อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ซึ่งต้องมีการพูดคุยเจรจาให้เข้าใจกัน พร้อมกันนี้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ตนเองจะกลับมารับตำแหน่งในรัฐบาลหน้า โดยบอกว่า ไม่มีใครรู้ เป็นเพียงการแต่งตั้งกันเองเท่านั้น และขณะนี้ยังไม่รู้ว่า ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี"จริงๆ เรามาอยู่ในจุดที่เรามาไกลมากแล้วนะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็อย่าให้ทุกอย่างที่สร้าง ถดถอยลงไปมันน่าเสียดาย มองไปข้างหน้าและร่วมมือกัน ประชาชนจะได้ไม่เบื่อ"เมื่อถามว่า หาก พลเอก ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ จะช่วยงานด้านเศรษฐกิจต่อหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องทีหลัง ต้องรอให้เกิดความชัดเจนเรื่อง ครม.ก่อน ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องตัวบุคคลอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญมองว่า อยู่ที่ความต่อเนื่องในเรื่องนโยบายที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อมากกว่า