หลังถูกกูเกิลจำกัดการเข้าถึงระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นยอดนิยมต่างๆ โดยอ้างคำสั่งของฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ทำลายความหวังของหัวเหว่ย ที่จะก้าวสู่จุดสุดยอดของการเป็นแชมป์สมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของโลก ภายในสิ้นปี 2563 แต่นักวิเคราะห์มองว่า ในทางกลับกันกูเกิลก็เจ็บตัวไม่น้อย เพราะการสะบั้นสัมพันธ์กับหัวเหว่ยอาจทำให้ต้องสูญเสียรายได้ถึง 11,000 ล้านดอลลาร์
ในเมื่อสาเหตุของเรื่องนี้มาจากรัฐบาลสหรัฐฯ ดังนั้นก็เป็นไปได้ว่า การตอบโต้ของฝั่งจีนก็น่าจะมาในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ไปเยือนบริษัทผลิตสินแร่หายาก "JL MAG Rare-Earth Co" ที่มณฑลเจียงซี ที่อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าด้วยการจำกัดการส่งออกสินแร่หายากไปยังสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฮเทคอีกหลายอย่าง และยังไม่ได้อยู่ในบัญชีสินค้านำเข้าภายใต้อัตราภาษีใหม่ เพราะสหรัฐฯ ยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าจากจีน และที่สำคัญคือ ผู้นำจีนเดินทางไปพร้อมกับร้อมรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอ ผู้นำคณะการเจรจาการค้าของจีน ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐฯว่า จีนอาจใช้สินแร่หายากเป็นตัวต่อรอง
ส่วนฝั่งสหรัฐฯ ก็มีข่าวดีแต่อาจต้องรอ เมื่อมีรายงานว่า Lynas Corp ของออสเตรเลีย กำลังเตรียมจับมือกับบริษัท Blue Line Corporation ในเมืองฮอนโด รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เพื่อสร้างโรงงานผลิตแร่หายากในสหรัฐฯ สนองห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะวัตถุดิบที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน โดยจะเป็นผู้ผลิตสินแร่หายากที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อยู่นอกประเทศจีน