รองอธิบดีกรมสรรพากรเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ ระบุ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้กรมฯจะตรวจเข้มการทำบัญชีของผู้ประกอบการเพื่อคัดกรองว่ารายใดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะหลีกเลี่ยงภาษีและกลุ่มใดอยู่ในกลุ่มดี โดยกลุ่มที่ถูกจัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนั้นเมื่อตรวจพบว่าหลีกเลี่ยงภาษี จะต้องชำระภาษีให้ถูกต้องและต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มตามกฎหมาย
ในระหว่างนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้กรมฯเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแสดงความจำนงว่าจะเข้าร่วมโครงการจัดทำบัญชีเล่มเดียวอย่างถูกต้องซึ่งจะได้รับยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มสำหรับการชำระภาษีไม่ถูกต้อง โดยรายที่แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการจะได้รับบริการทางการเงินต้นทุนต่ำกว่าปกติจากสถาบันการเงินอีกด้วยปัจจุบันมีเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า2.6 หมื่นราย
ล่าสุด กรมฯได้ใช้ระบบ Big Data & Data Analytics เพื่อวิเคราะห์ว่ากลุ่มธุรกิจใดและพฤติกรรมใดเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงเลี่ยงภาษีโดยอธิบดีกรมสรรพากรมีนโยบายว่าต้องเปิดข้อมูลให้ผู้ประกอบการรับรู้ว่าธุรกิจใดหรือพฤติกรรมลักษณะใด ถือว่าเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงเลี่ยงภาษีเพื่อผู้ประกอบการจะได้ปรับปรุง โดยพบว่ามี 10 สัญญาณที่ถือว่าเป็นความเสี่ยงของธุรกิจที่จะหลีกเลี่ยงภาษีโดยแยกเป็นความเสี่ยงที่จะใช้แหล่งข้อมูลจากสินทรัพย์ หนี้สินและทุน รายได้และค่าใช้จ่าย
กรณีสินทรัพย์ผู้ประกอบการมักใช้ช่องทางที่ใช้เงินสดเป็นหลักโดยที่ระบบบัญชีไม่ผ่านธุรกรรมการเงินจากสถาบันการเงินการแสดงสินค้าคงเหลือไม่ถูกต้อง หรือไม่มีทรัพย์สิน หรือมีทรัพย์สินมากผิดปกติเหล่านี้ถือว่าเข้าข่ายแต่งบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษี