พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน ผู้ต้อวหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดดังกล่าวจริง เนื่องจากต้องการหาเงินไปใช้เป็นทุนในการเล่นการพนัน และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลและรับประทานอาหารกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการเข้าไปตีสนิทด้วยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเองไว้ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ
ด้านนายสุทธี กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเริ่มต้นก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2558 กระทั่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจับกุมตัวนายแก้ว ได้แล้ว 1 ครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย แต่นายแก้ว ได้ยื่นขอรับการปล่อยตัวชั่วคราวก่อนอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวหลบหนี และออกมาก่อเหตุซ้ำอีก สำหรับพฤติการณ์ก่อเหตุของนายแก้ว จะหาข้อมูลทางคดีของผู้เสียหายซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผยไว้ โดยค้นหารายชื่อที่ถูกนำเสนอในข่าว ซึ่งคนร้ายจะเลือกผู้เสียหายในกลุ่มที่อยู่ระหว่างชี้มูลความผิด ก่อนจะสืบหาขั้นตอนการทำงานของ ป.ป.ช.และโทรศัพท์ติดต่อไปยังเหยื่อ พร้อมอธิบายขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช. และเสนอตัวว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ
นายสุทธี กล่าวต่อ จากนั้นคนร้ายจะให้เหยื่อ โอนเงินค่าวิ่งเต้นคดีผ่านทางบัญชีธนาคารที่คนร้ายจ้างเปิดมาเท่านั้น โดยไม่รับเป็นเงินสดเนื่องจากคนร้ายเรียนรู้จากความผิดพลาดหลังถูกจับกุมครั้งแรก จากการตรวจสอบ พบว่ามีการโอนเงินครั้งละตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท ตามแต่ความผิดของเหยื่อ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ราย ซึ่งแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า คนร้ายยังมีเครือข่ายอื่นอีก จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่าหลงเชื่อ ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเรียกรับผลประโยชน์ช่วยเหลือคดีหากพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสความผิดได้ที่สายด่วน 1205
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พบว่า ตัวนายแก้ว ผู้เป็นสามีนั้นมีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวตามพื้นที่ต่างๆนั้นติดตัวอยู่ถึง 10 หมายจับ ส่วนนางอรุณรัตน์ มีคดีในลักษณะดังกล่าวติดตัว 1 คดี โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับแก่นายแก้ว ก่อนนำตัวส่ง สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ส่วนนางอรุณรัตน์ ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป