ตำรวจสหรัฐฯ นำกำลังเข้าไปยังอาคารสถานเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาในกรุงวอชิงตันดีซีเมื่อคืนวันจันทร์ โดยได้ตัดโซ่ที่กลุ่มผู้สนับสนุนมาดูโรนำมาคล้องไว้ที่หน้าประตู แล้วพูดคุยกับผู้ชุมนุมที่อาศัยอยู่ด้านในมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว โดยจุดประสงค์หลักของกลุ่มต่อต้านสงครามที่เรียกตัวเองว่า "โค้ด พิงค์" ก็คือ การขัดขวางไม่ให้นายการ์ลอส เวคชิโอ ผู้ที่ไกวโดแต่งตั้งให้เป็นทูตเวเนฯ ประจำสหรัฐฯ คนใหม่เข้ามาทำงานได้ และอ้างว่าได้รับอนุญาตจากรัฐบาลมาดูโรแล้ว ส่วนนักการทูตที่มาดูโรเป็นผู้แต่งตั้งได้เดินทางกลับเวเนฯ ทั้งหมดตั้งแต่เดือนที่แล้ว
หนึ่งในทีมงานของไกวโดในสหรัฐฯ กล่าวว่า ตำรวจได้ยื่นข้อเสนอให้ผู้ชุมนุมเดินทางออกมาโดยสมัครใจ โดยมี 3 คนยอมออกมาแต่โดยดี ส่วนผู้ที่อยู่ภายในซึ่งคาดว่าเหลืออีกประมาณ 4 คน ได้รับเอกสารแจ้งให้ออกมาแล้ว แต่ปรากฎว่า ผู้ชุมนุมที่เหลือได้กลับขึ้นไปยังหน้าต่างชั้นสองและชูกำปั้นแสดงถึงชัยชนะ ด้านตำรวจตัดสินใจเดินทางกลับไปก่อน โดยรายงานข่าวระบุว่า ตำรวจกำลังรอให้มีเงื่อนไขเพียงพอในการเข้าไปภายในอาคารซึ่งถูกตัดไฟเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะเดียวกันบริเวณโดยรอบสถานทูตได้มีผู้สนับสนุนฝ่ายไกวโดประมาณหนึ่งร้อยคนร่วมกันโบกธงชาติและร้องเพลงชาติเวเนฯ เพื่อกดดันให้ผู้ชุมนุมฝ่ายมาดูโรออกมาจากอาคาร แต่ทนายของผู้ชุมนุมด้านในอ้างว่า พวกเขากำลังปกป้องกฎหมายระหว่างประเทศ และวิตกกังวลว่าอาจจะมีผลกระทบที่ตามมาเป็นลูกโซ่
นอกจากนี้ นายการ์ลอส รอน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลมาดูโรได้ออกมาประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ โดยบอกว่า รัฐบาลเวเนฯ ไม่ได้อนุญาตให้ตำรวจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของสถานทูต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อเวเนซุเอลา