ล่าสุดจึงเกิดแคมเปญ 2-3 แคมเปญจาก 2 ขั้วการเมือง ก็คือ ขั้วเพื่อไทย คุณภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย บอกว่า ขณะนี้เสียงฝ่ายเพื่อไทยมี 245 เสียง ฝ่ายสนับสนุน "บิ๊กตู่" มีอยู่ 137 เสียง ซึ่งสองฝ่ายนี้ยันกันอยู่ เหลือพรรคที่ยังไม่ประกาศตัวชัดเจนอีก 116 เสียง ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยต้องช่วยกัน ให้ฝ่ายที่ยังไม่ประกาศต้องตัดสินใจ
ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ฝ่ายเดียวกับคุณภูมิธรรม งัดแคมเปญ ปิดสวิทช์ ส.ว.ขึ้นมาประกาศอีกรอบ โดยต้องการรวมเสียง ส.ส.ให้ได้ 377 เสียง เพื่อสกัดไม่ให้เสียงจากสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. 250 เสียง มีผลต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ประกาศพร้อมเปิดการเจรจากับทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย ที่เคยประกาศชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ เพื่อชวนมาร่วมปิดสวิทช์ ส.ว.
ขณะที่ขั้วพลังประชารัฐประกาศความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ถ้าต้องการเอาชนะขั้วเพื่อไทย และได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ต้องรวมทุกพรรคที่เหลือคือ 20 พรรค รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ก็จะได้เสียงสนับสนุนทั้งหมด 253 เสียง เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรมา 3 เสียง
ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน โพสต์เฟซบุ๊คระบุว่า พรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยขณะนี้มีการพูดคุยกับพรรคที่มีแนวทางทางการเมืองร่วมกันไปแล้วบางส่วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เพื่อเป็นการให้เกียรติกับแต่ละพรรคการเมืองที่ร่วมพูดคุยกัน โดยแนวทางร่วมกันนั้น จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เป็นการทำงานที่จะต้องขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป และสำคัญที่สุดคือการก้าวข้ามความขัดแย้ง