การชี้ขาดประเด็นนี้เป็นไปตามช่องทางและคำถามที่ถูกต้องที่เสนอโดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นคนละคำถามกับที่ กกต.เคยถามมาก่อนหน้านี้ แล้วศาลรัฐธรรมนูญตีตก โดยคำถามเดิมของ กกต. ถามลงลึกเกี่ยวกับการเลือกใช้สูตรคำนวณแบบไหน เมื่อคำนวณออกมาแล้วจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถือเป็นคำถามที่ก้าวล่วงเข้าไปถึงการใช้ดุลพินิจ ศาลจึงไม่รับวินิจฉัย เพราะเป็นอำนาจโดยตรงของ กกต.
ฉะนั้นมติของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ จึงไม่ได้เป็นการบอกสูตรคำนวณให้กับ กกต. แต่จะช่วยรับรองว่า เมื่อ กกต.ใช้ดุลพินิจในการเลือกสูตรคำนวณแบบไหนแล้ว ผลที่ออกมาก็น่าจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นการคำนวณตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 128 ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน
ฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คือ กกต.จะเดินหน้าคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคการเมืองต่างๆ ตามสัดส่วนที่ได้ประกาศรับรอง ส.ส.เขตเอาไว้ 349 คน 349 เขต ซึ่งก็จะต้องประกาศ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ให้ได้ 149 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คือ 99% เท่ากัน เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 129
ที่ผ่านมามีการคาดการณ์กันว่า กกต.เตรียมจะใช้สูตรที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เสนอมาตั้งแต่ช่วงจัดทำรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก ในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โดยยึดเจตนารมณ์ "ทุกคะแนนมีความหมาย" และ "ทุกเสียงต้องไม่ตกน้ำ" ฉะนั้นน่าจะมีการคำนวณ ส.ส.กระจายให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็กด้วย ซึ่งถ้า กกต.เลือกคำนวณในแนวทางนี้จริง ก็จะถูกพรรคอนาคตใหม่ยื่นฟ้องดำเนินคดีฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพราะพรรคตนเองเสียประโยชน์ มีโอกาสได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ น้อยลง