นอกจากนั้น รูปแบบของเงินกู้นอกระบบในแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาค มีความแตกต่างกันไป โดยในภาคเหนือจะนิยมใช้รูปแบบการจัดตั้งเป็นบริษัทลิสซิ่งต่างๆ และเปิดให้กู้เงิน ส่วนภาคอีสาน กลุ่มนายทุนจะใช้วิธีการหลอกให้ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินมาจำนองในการกู้ยืมเงิน อย่างที่เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ แต่จริงๆ แล้วทำเป็น "นิติกรรมอำพราง" นิยมทำเป็นสัญญาขายฝาก เปิดให้ไถ่คืนได้ แต่จริงๆ คือ "ขายขาด" ไถ่คืนไม่ได้
ขณะที่ภาคกลาง รูปแบบที่นิยมทำกันคือ "เงินกู้ตามเสาไฟ" ที่มีการติดประกาศให้กู้ตามเสาไฟฟ้าและตู้โทรศัพท์สาธารณะ รวมทั้งเงินกู้ตามสื่อสังคมออนไลน์ เป็นเงินกู้แบบด่วน แต่ดอกโหด และมีเครือข่ายแก๊งหมวกกันน็อคคอยตามทวงหนี้
ที่ผ่านมาคุณผู้ชมน่าจะเคยได้ข่าวความพยายามของรัฐบาล คสช.ในการแก้ไขปัญหา "หนี้นอกระบบ" มีการจัดมหกรรมคืนทรัพย์สินทั้งโฉนดที่ดินและรถยนต์กันอย่างใหญ่โตหลายครั้ง แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่หมดไปจากสังคมไทย โดยเฉพาะการกู้เงินในรูปแบบ "เงินกู้รายวัน" ที่มีการคิดดอกเบี้ยสูงสุดถึงร้อยละ 300 เหมือนกรณีของนายณัฐศักดิ์