สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ เสด็จออก ณ ห้องต้นสนภายในพระราชวังอิมพิเรียลเมื่อเวลา 8.30 น.ตามเวลาไทย เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯถวายตราแผ่นดินและพระราชลัญจกร พร้อมด้วยเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 ชิ้นจาก 3 ชิ้นที่เป็นเครื่องหมายของสมเด็จพระจักรพรรดิ ในพระราชพิธีเสด็จขึ้นครองราชย์
หลังจากนั้นในเวลา 9.10 น.ตามเวลาไทย สมเด็จพระจักรพรรดิ ซึ่งทรงเจริญพระชนมพรรษา 59 พรรษา พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ประทับเคียงข้าง และมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะตัวแทนจากฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการเข้าเฝ้า พระองค์ตรัสว่าจะทรงเจริญรอยตามแนวทางของพระราชบิดา และจะทรงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศและศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวญี่ปุ่น รวมทั้งจะคำนึงถึงและยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และขอภาวนาจากใจจริงให้ประชาชนมีความสุข ประเทศก้าวหน้าและโลกมีสันติสุข
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ กราบบังคมทูลในฐานะผู้แทนพสกนิกรชาวญี่ปุ่น โดยถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีและกล่าวแสดงความหวังว่า ศักราช "เรวะ" จะเป็นยุคที่สงบสุขขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีทรงมีหมายกำหนดการที่จะเสด็จออกพบปะพสกนิกรครั้งแรกที่บริเวณระเบียงพระราชวังในวันที่ 4 พ.ย. และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะจัดขึ้นในวันที่ 22 ต.ค. ซึ่งจะมีพระราชอาคันตุกะและแขกผู้มีเกียรติจากเกือบ 200 ประเทศเข้าร่วม
มีรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีเช้าวันนี้ ขณะขบวนรถพระที่นั่งออกจากพระราชวังอิมพิเรียล สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงโบกมือทักทายประชาชนที่เฝ้ารอตามสองข้างทาง สร้างความปลื้มปิติให้กับทุกคน นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังคงทยอยไปถ่ายภาพบริเวณรอบนอกพระราชวัง เพื่อบันทึกวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ส่วนบรรดาคู่รักเกือบร้อยคู่ถือฤกษ์ดีของการเริ่มต้นรัชสมัย "เรวะ" แห่ไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานแขวง ชิโยดะ ในกรุงโตเกียว ซึ่งเขตพื้นที่นี้ครอบคลุมถึงพระราชวังอิมพิเรียล โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดซุ้มให้คู่รักได้ถ่ายรูปกับใบทะเบียนสมรสและป้ายข้อความคำว่า "เรวะ"ด้วย