การสละราชสมบัติมีผลหลังช่วงเที่ยงคืน ซึ่งเรื่องนี้มีความหมายถึงการเปิดฉากรัชสมัยเรวะที่จะดำเนินไปตลอดรัชสมัยที่นะรูฮิโตะอยู่ในราชบัลลังก์
และในเวลา 10.30 น. ของวันนี้ตามเเวลาท้องถิ่น หรือ 8.30 น. ตามเวลาประเทศไทย สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ที่ 126 ของญี่ปุ่น ซึ่งมีพระชนมายุ 59 พรรษา จะประกอบพิธีรับเครื่อราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างเป็นทางการ ในพิธีที่เคร่งขรึมในพระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว
ในพระราชพิธีที่เป็นเสมือนพิธีขึ้นครองราชย์ในเบื้องต้น จะยังคงมีขึ้นในท้องพระโรงที่เรียกกันว่ามาสึโนมะ หรือท้องพระโรงต้นสน เนื่องจากผนังท้องพระโรงประดับไปด้วยผ้าที่มีลวดลายต้นสน ซึ่งเป็นท้องพระโรงเดียวกันกับที่พระราชบิดาของพระองค์ใช้ประกอบพิธีสละราชสมบัติไปเมื่อวาน และพิธีในวันนี้ ก็จะยังคงเคร่งขรึม เรียบง่าย ใช้เวลาสั้นมาก แค่ 10 นาทีเหมือนกับเมื่อวานด้วยเช่นกัน
ในพระราชพิธีวันนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิ จะประกอบพิธีรับ พระแสงดาบคุซานางิ และอัญมณียาซากะนิ ซึ่งเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 ใน 3 ชิ้น รวมถึงพระราชลัญจกร
สำหรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ชิ้นที่ 3 คือ พระฉาย หรือกระจกศักดิ์สิทธิ์ยาตะโนะคางามิ ก็เช่นเดียวกับเมื่อวาน คือไม่เคยมีการนำออกจากสถานที่เก็บในพระราชวัง แต่สำหรับพิธีในวันนี้ มีการส่งผู้แทนพระองค์ไปทำพิธีสวดมนต์ต่อหน้ากระจกซึ่งก็เป็นเสมือนกับการที่องค์พระประมุขทรงรับมอบกระจก
ในพระราชพิธี สมเด็จพระจักรพรรดิจะไม่มีการตรัสใด ๆ และพิธีนี้ห้ามเชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิงเข้าร่วม และไม่นานหลังจากนั้น คือในเวลา 11.10 นาที สมเด็จพระจักรพรรดิ์จะทรงเข้าร่วมในอีกพิธีหนึ่ง ซึ่งพระองค์จะตรัสเป็นครั้งแรกในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิ และนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ จะกราบบังคมทูลในฐานะตัวแทนพสกนิกรชาวญี่ปุ่น เช่นเดียวกับเมื่อวาน
ในวันที่ 4 พฤษภาคม สมเด็จพระจักรพรรดิจะเสด็จออกมาพบปะกับผสกนิกรเป็นครั้งแรกที่บริเวณระเบียงบุกระจกในพระราชวัง แต่หลังจากนั้น พระราชกรณียกิจของพระองค์จะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 22 ตุลาคม โดยมีแขกรับเชิญจากในและนอกญี่ปุ่นประมาณ 2 พัน 500 คน
เมื่อขึ้นเป็นองค์พระประมุข มองกันว่าพระองค์จะเผชิญกับความท้าทาย 2 เรื่องสำคัญก็คือการสานต่อตำนานของพระราชบิดา ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาขนบธรรมเนียมของญี่ปุ่นที่ดำเนินมาหลายศตวรรษ
โดยระหว่างที่ครองราชย์เป็นเวลา 30 ปี สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ได้ทรงปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์พระประมุข หลังจากญี่ปุ่นได้ผ่านประสบการณ์ยุคลัทธิทหารครองเมืองในนามพระราชบิดาของพระองค์คือสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ทำให้พระองค์กลายเป็นที่ชื่นชมของพสกนิกร จากพระจริยวัตรเรียบง่าย เข้าถึงประชาชน และรับฟังความเดือดร้อนทุกข์ยากของพสกนิกร
นักวิเคราะห์มองว่าจากมาตรฐานที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะได้สร้างเอาไว้ องค์พระประมุขพระองค์ใหม่ ก็คงจะเสด็จดำเนินรอยตามในแบบที่คล้าย ๆ กัน และจะทรงขยายการเข้าถึงพสกนิกรผ่านการปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะมากขึ้น
ขณะเดียวกันพระองค์ก็เคยออกมาวิจารณ์ระเบียบที่เคร่งครัดของทางวังหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรื่องนี้ทำให้พระชายาของพระองค์ ซึ่งก็คือเจ้าหญิงมาซาโกะ ต้องมีปัญหากับการปรับตัวจนทำให้เกิดปัญหาความเครียดจนต้องเเข้ารับการบำบัดทางการแพทย์