ด้านนายปิยบุตร กล่าวว่า วันนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวน โดยมีพ.ต.ท.ปรีชา นาเมืองรักษ์ เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ เมื่อสอบสวนเสร็จก็จะเสนอกกต.พิจารณาวินิจฉัยต่อไป ซึ่งยื่นหลักฐานไปทั้งหมด 26 รายการ คำชี้แจงครบถ้วนทั้งหมด ขณะที่ข้อกล่าวหามีแค่ 3-4 บรรทัด จึงไม่ได้ชี้แจงมากเท่าไร แต่เป็นการพูดคุยตั้งคำถามถึงการทำงานของกกต. ว่าทำไมจึงมีแจ้งข้อกล่าวหาโดยที่นายธนาธรยังไม่ได้ชี้แจง โดยนายปรีชา เล่าให้ฟังว่า กกต.มีข้อสงสัยว่า ตรวจสอบจาก บอจ.5 แล้วมีชื่อนายธนาธรอยู่ จึงสงสัยว่าเป็นผู้ถือหุ้น ตนจึงถามกลับไปว่า ตรวจสอบวันไหน ลงวันที่เท่าไร พอตรวจสอบแล้วรู้ทันทีเลยหรือว่านายธนาธรถือหุ้น และทำไมกกต.ไม่ไปเปิดกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง วรรคสามที่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และถ้ายังสงสัยถือหุ้นจริงหรือทำไมไม่เรียกนายธนาธรไปสอบถาม แต่กลับมีมติแจ้งข้อกล่าวหาทันที ซึ่งผิดหลักการกฎหมาย
"การแจ้งข้อกล่าวหาจะทำลอยๆ ไม่ได้ ต้องมีองค์ประกอบความผิดและข้อเท็จจริงชัดเจน ไม่ใช่ผู้ร้องกล่าวหาอะไรมา กรรมการฯต้องดูว่ามีหลักฐานหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ต้องตกไป แต่นี่กลายเป็นว่าให้ผู้ถูกร้องมานั่งตอบเหมือนเอานายธนาธรมาดำน้ำ ลุยไฟ ถ้าผ่านไปได้ถึงจะเป็นบริสุทธิ์ ดังนั้นนายธนาธรในฐานะผู้เสียหายเราจะขอสงวนสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมายต่อกกต.ต่อไป ทั้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. ที่กำหนดโทษไว้ว่าถ้ากกต.ใช้อำนาจมิชอบด้วยกฎหมายมีโทษอาญา จำคุก โทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย ต้องขอสงวนสิทธิไว้เพราะมีปัญหาจริงๆ กับการตั้งข้อกล่าวหา" นายปิยะบุตร กล่าว
นายปิยะบุตร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กกต.ส่งเอกสารหนึ่งฉบับไปที่บ้านนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร ในฐานะผู้รับโอนหุ้น วันที่ 22 เม.ย.ถึงบ้านเวลา 13.45 น. แต่ในหนังสือกลับให้มาชี้แจงในเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกันซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมาชี้แจง แล้ววันที่ 23 เม.ย.เช้ากกต.ก็มีมติแจ้งข้อกล่าวหาทันที หมายความว่า การแจ้งกล่าวหาพิจารณาเพียงคำร้องซึ่งก็มีแค่ 3-4 บรรทัด แล้วถ้าตรวจจาก บอจ.5 โดยตีขลุมว่ามีชื่อก็แสดงว่ายังถือหุ้น ท่านวินิจฉัยผิด ถ้าจงใจวินิจฉัยผิดนั่นแสดงว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ สมมุติถ้าเรื่องนี้บานปลายมีการสั่งแขวนชื่อนายธนาธร หรือให้ใบส้ม ซึ่งไม่มีอำนาจอยู่แล้ว ถ้าจะเอากันถึงขนาดนั้นก็แสดงว่าการตั้งข้อกล่าวหาโดยใช้ดุลยพินิจไม่ชอบ ส่งผลเสียหายร้ายแรงกกต.ทั้ง 7 คนจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ อย่ากลัวแรงกดดัน ความยุติธรรมและกฎหมายจะคุ้มครองท่านเอง แต่กกต.ต้องอยู่อีกนาน คสช.เดี๋ยวก็ไป
ทั้งนี้นายปิยบุตร ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะไปโพสต์สิ่งที่ได้มาชี้แจงพร้อมแสดงหลักฐานทั้งหมดลงในเพจของพรรคอนาคตใหม่ต่อไป.