รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยว่า "นกยูงไทยที่เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์โดยมีจำนวนเหลือมากที่สุดที่ประเทศไทย ซึ่งจังหวัดพะเยา ถือได้ว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของนกยูงไทยมากที่สุดแห่งหนึ่ง และบริเวณวนอุทยานร่องคำหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับชุมชนและมหาวิทยาลัยเองก็เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกยูงไทย เราจึงประสานงานกับภาคส่วนต่างๆในการวางแผนอนุรักษ์นกยูงไทยแบบบูรณาการ เพื่อการเชื่อมโยงสู่การเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยการนำนกยูงที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว
ในช่วงที่ผ่านมา ได้ร่วมกับชุมชนเพื่อวางแนวทางร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนด้วยองค์ความรู้และบุคลากรคุณภาพของมหาวิทยาลัย ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นปัญญาเพื่อนำพาความเข้มแข็งให้ชุมชน เราเชื่อว่าการพยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยก็ย่อมส่งผลให้มหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็งไปพร้อมกัน
ปัจจุบันจำนวนนกยูงไทยในหลายๆประเทศลดน้อยลง เช่น ประเทศจีนเหลืออยู่ไม่เกิน 200 ตัว และบางประเทศนกยูงไทยได้สูญพันธ์ไปแล้ว เช่นที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่กลับปรากฏว่าในพื้นที่ล้านนา มีนกยูงไทยแพร่กระจายพันธุ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระดับสากลได้ระบุว่า พื้นที่ผืนป่าเหล่านี้ถือเป็น The Last Stronghold of Green Peafowl in The World หรือ ฐานที่มั่นสุดท้ายของเหล่านกยูงสีเขียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกันเป็นดินแดนกว้างใหญ่
ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการหารือร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยพะเยา สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และส่วนราชการในจังหวัดพะเยา ในโครงการพัฒนาล้านนาตะวันออก เมืองนกยูงไทยระดับโลก เพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สามารถเยี่ยมชมนกยูงไทยได้ตลอดทั้งปี