สัมมนา "สื่อเต็มเลย 5" ซึ่งจัดขึ้นโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ ม.เนชั่น ศูนย์บางนา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ อาคาร E88 Bangkok ถนนสุขุมวิท บีทีเอสพระโขนง ภายใต้หัวข้อ "รู้ทันโลกออนไลน์ มหันตภัย หรือ ดอกไม้..เต็มเลย" เป็นเวทีในการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ กับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านของวงการสื่อสารมวลชน เพื่อแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ และร่วมหาแนวทางการแก้ปัญหา รวมถึงการปรับตัวอย่างเหมาะสมในการใช้สื่อบนโลกออนไลน์
สำหรับช่วงเช้า มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลในหัวข้อ "ดาบสองคมสื่อไร้สาย มองมุมกลับ ปรับมุมมอง" โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย คุณอมรลาภ พรหมสุวรรณ เจ้าของเพจ "จ๊อด 8 ริ้ว" คุณกำภู หุตะสังกาศ ที่ปรึกษาบริษัท Creative Juice Bangkok พร้อมด้วยคุณกาลเวลา เสาเรือน ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี แล ดร.สิขเรศ ศิรากานต์ นักวิชาการอิสระด้านสื่อดิจิทัล มาร่วมถกประเด็นเหรียญสองด้านของสื่อออนไลน์
คุณอมรลาภ มองว่า สื่อดิจิทัล หรือ สื่อออนไลน์เป็นโอกาสที่ดี ถ้าไม่มีเฟสบุ๊ก เขาก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักแบบนี้ ผลงานการ์ตูนเคยถูกปฏิเสธจากหลายสำนักพิมพ์ แต่หลังจากเผยแพร่ผลงานผ่านเฟสบุ๊ก มีคนมาติดตามเป็นจำนวนมาก หลายสำนักพิมพ์กลับมาเรียกเขาให้เอาไปเสนออีกครั้ง แต่สื่อออนไลน์ก็ไม่ได้เป็นดอกไม้สำหรับเขาอย่างเดียว เพราะการเปิดเผยตัวตนทำให้เขาต้องระมัดตัวเองในทุกด้านมากขึ้น แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน
"ถ้าไม่มีเฟสบุ๊ก ผมก็ไม่รู้ว่าต้องเสนองานกี่สำนักพิมพ์ถึงจะมาอยู่ตรงนี้ได้ แต่พอเราเปิดเผยหน้าตาแล้ว ก็ต้องระวัง ต้องวาดการ์ตูนเป็นกลาง เพราะจะถูกคุกคามเหมือนกัน เราโดนเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นบ้าง เป็นพี่ยักษ์เฟดเฟ่บ้าง เป็นดาวขำมินบ้าง แล้วแต่เขาจะติด แต่พอมาดูแล้วเราทำให้เขาคุ้นเคยกับเราไปเรื่อยๆ เขาก็จะคุ้นชินกับเราไปเอง" คุณอมรลาภ กล่าว
ส่วนคุณกาลเวลา หรือ ปอเปี๊ยะ อธิบายเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อทำงานในยุคดิจิทัลว่า การทำงานทุกอาชีพมีการปรับตัว ซึ่งก็เหมือนกับขายบางสิ่งให้ผู้บริโภคหรือลูกค้า ถ้าเขาชอบแบบไหนเขาถนัดแบบไหน เราปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเขา เราปรับเปลี่ยนแค่นั้นเราอยู่ได้ โลกออนไลน์มีด้านดีเยอะมาก แต่ด้านลบก็เป็นดาบที่คมมาก เพราะฉะนั้นต้องปรับแล้วก็รู้ทันด้วยในฐานะที่เป็นสื่อ สื่อต้องรู้ทันเป็นคนแรกๆ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเครื่องมือของสื่อออนไลน์
ผู้สื่อข่าวสาวคนนี้เล่าว่า ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เธอเคยแจ้งจับเสี่ยหื่นที่เสนอขอให้เธอเป็นเมียน้อย โดยเสนอเงินให้เดือนละ 222,000 เจอกันเดือนละ 3 ครััง แล้วก็มีการส่งรูปโป๊เปลือยของผู้หญิงหลายคน รวมถึงรูปของลับของตัวเขาเองมาให้ โดยเจตนาจริงๆมองว่า มีคนโดนแบบนี้เยอะลองล่อซื้อดีไหม เพื่อดูว่าขบวนการนี้มันเป็นยังไง แต่สุดท้ายกลับย้อนมาโดนตัวเธอเอง ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว โชคดีที่ผู้ใหญ่ทางสถานีบอกแบบนี้มันคือการคุกคาม จึงไปแจ้งความจับคนเหล่านั้นในข้อหาส่งรูปมาคุกคาม และ ส่งรูปโป๊เปลือยคนอื่นซึ่งไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นตกเป็นเหยื่อด้วยหรือเปล่า
"วันนั้นหลังจากข่าวลงแล้ว เชื่อไหมคะว่าไม่เคยคิดว่าจะเจอกับตัวก็เจอทุกอย่างเลย ไม่ว่าคนจะบอกว่าหน้าแบบนี้ 2,000 ยังไม่เอาเลย หรือ ถ้าจะเอาคนนี้ให้หนูดีกว่าไหมคะแค่ 2,000 หนูก็ไป หรือผู้ชายบางคนบอกว่า สวยตรงไหน ก็มีการติเตียนเรื่องภาพลักษณ์ ตอนนั้นทุกเพจทั้งวิดีโอ ทั้งข่าวมีการกดไลค์ กดแชร์ หลักหมื่นหลักแสน แต่ในจำนวนนั้น 99.99เปอร์เซ็นต์คือบูลลี (การคุกคาม)" คุณกาลเวลาเล่า