จากกรณีเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำและกู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์พบต้นตะเคียนทองอายุกว่า 300 ปีจมอยู่ในแม่น้ำชีบริเวณสะพานข้ามลำน้ำชี ถนนสายกมลาไสย - ร้อยเอ็ด ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่จะใช้รถเครนดึงขึ้นจากน้ำนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดใหม่สามัคคี บ้านท่าสามัคคี ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวบ้านต่างนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล และนำแป้งมาทาเพื่อขอหวย จากนั้นทำพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล และขอโชคลาภ เนื่องจากเชื่อว่ามีเจ้าแม่ตะเคียนทอง และเจ้าแม่ตะเคียนหิน ซึ่งเป็นพี่น้องกันสิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนทั้ง 2 ต้น ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น
.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดใหม่สามัคคี บ้านท่าสามัคคี ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ยังมีประชาชนจากทุกสารทิศจับกลุ่มเป็นครอบครัว เป็นคณะ มากราบไหว้ขอพรท่อนไม้ตะเคียน ที่สถิตของเจ้าแม่ตะเคียนทอง และเจ้าแม่ตะเคียนหิน อายุ 300 ปี อย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะวันนี้ที่เป็นวันหยุด ทั้งนี้ทางคณะกรรมการหมู่บ้านและทาง อบต.เจ้าท่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ อปพร.คอยอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย พร้อมระวังมิจฉาชีพแอบแฝงอย่างเข้มงวด
.
นายธีรพร จันทร์คำจร อดีตผู้ใหญ่บ้านท่ากลาง หมู่ 8 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กรรมการวัดใหม่สามัคคีกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2562 ที่ขุดพบและเชิญเจ้าแม่ตะเคียนทองและเจ้าแม่ตะเคียนหิน อายุ 300 ปี มาเก็บรักษาภายในวัดเป็นต้นมา มีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรตามความเชื่อไม่ขาดสาย นับจากวันแรกที่ทำพิธีบวงสรวง ขอขมา สรงน้ำ ขอโชค ขอลาภ เหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งตนก็จะคอยประกาศบอก ให้ปฏิบัติตนทางที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ลบหลู่ดูหมิ่น และยืนยันไม่ใช่ความเชื่องมงาย เพราะความเชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์ หรือในเรื่องของไสยศาสตร์ จิตวิญญาณ เป็นความเชื่อที่ปลูกฝังในหมู่คนไทยมาแต่โบราณ เพียงแต่ต้องใช้วิจารณญาณในการเชื่ออย่างมีสติ
.