กลุ่มบุคลากรที่เปรียบเสมือนมดงาน ด้านบริการสาธารณสุขกว่า 280,000 คน หรือกว่าครึ่งหนึ่งของบุคลากรในกระทรวง ต้องโดนผลกระทบกันถ้วนหน้า ทั้ง พยาบาล เภสัชกร พนักงานขับรถพยาบาล เจ้าหน้าที่เวรเปล หรือแม้แต่แพทย์ ไม่เว้นสายงาน "แบ็ค ออฟฟิศ" อย่างฝ่ายธุรการ การเงิน และบัญชี ก็โดนด้วยที่สำคัญ ผู้ได้รับผลกระทบมีทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีสถานะเป็นข้าราชการ รวมไปถึงกลุ่มลูกจ้าง ทั้งพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างชั่วคราว
ความเดือดร้อนแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ คือ1 "เรื่องค่าตอบแทน" โดยเฉพาะเงินเดือน กลุ่มข้าราชการรุ่นพี่ถูกรุ่นน้องแซงหน้า ได้เงินเดือนมากกว่า เพราะตอนบรรจุเข้าทำงาน รุ่นน้องไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่เป็นตำแหน่งแนวๆ "พนักงานราชการ" ทำให้ได้เงินเดือนสูง แต่ไม่มีสิทธิประโยชน์อย่างอื่น ต่อมาคนกลุ่มนี้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ เงินเดือนที่สูงอยู่แล้วก็สูงต่อไป ทำให้เงินเดือนแซงหน้ารุ่นพี่ และได้รับสิทธิประโยชน์อื่นเพิ่มเข้ามาเหมือนข้าราชการ
แต่ฝ่ายพนักงานราชการก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะค่าตอบแทนไม่มีความแน่นอน ค่าล่วงเวลาได้น้อยกว่าข้าราชการ คือต่ำกว่าชั่วโมงละ 60 บาท และไม่ได้ปรับขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว นอกจากนั้นช่วงก่อนบรรจุเป็นข้าราชการยังไม่นับเป็นเวลาราชการเพื่อคิดบำเหน็จบำนาญอีกต่างหาก 2."ค่าตอบแทนพิเศษในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้" มีความลักลั่น ได้รับไม่เท่ากันในแต่ละสาขาวิชาชีพ และบางสาขาก็ไม่ได้รับ
3.คือ ความก้าวหน้าในโครงสร้างวิชาชีพที่ไม่ครอบคลุมบุคลากร เกิดปัญหา "คนล้นบ้าน" เมื่อมีตำแหน่งราชการว่างลง ก็เลือกบรรจุเฉพาะบางสายงาน ขณะที่กลุ่มลูกจ้างรายวัน รายเดือน เมื่อถึงวัยเกษียณ ก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ เลย