การปรับขึ้นค่าโดยสาร รถเมล์ ขสมก.และรถร่วม วันนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังก่อนหน้านี้ สมาคมรถร่วม ขสมก.พยายามยื่นขอปรับขึ้นค่าโดยสารมาโดยตลอด เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยมีมติปรับขึ้น รถร้อนอีก 3 บาท จาก 9 บาทเป็น 12 บาท และรถปรับอากาศปรับขึ้น ระยะละ 2 บาท จาก 13 เป็น 15 บาท พร้อมการรับประกัน ประชาชนจะได้รับบริการที่ดีขึ้น แต่มติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่อนุมัตในระยะแรก ถึงเมษายน ให้ปรับขึ้นตั้งแต่ 1-7 บาท ลเทีานั้น ทำให้ รถโดยสารธรรมดาของ ขสมก. ปรับขึ้นเป็น 8 บาท จากเดิม 6.50 สต. รถปรับอากาศครีมน้ำเงิน ปรับขึ้นตามระยะทาง จากเดิมเริ่มที่ 12 - 20 บาท เป็น 13-21บาท เพิ่มขึ้นระยะละ 1 บาท
เสียงสะท้อนของผู้ที่ใช้บริการทั้งรับได้ บางส่วนเห็นว่าปรับขึ้นที่เร็วเกินไปไม่สอดคล้องสภาวค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น แม้จะมองเพียงแค่ผิวเผิน การปรับขึ้นตั้งแต่ 1-7 บาท แต่เมื่อคิดตามระยะทาง หรือ ต่อเที่ยวเป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น พนักงานบริษัท จ่ายเพิ่มเที่ยวละ 4 บาท วันละ 2 เที่ยว รวมต้องจ่ายเพิ่มต่อเดือนเกือบ 300 บาท ขณะนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ ต่างก็ต้องมีต่าใช้จ่ายเพิ่ม
ก่อนหน้านี้สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง วางแผนพร้อมยกระดับให้การให้บริการรถร่วม บริการที่ทันสมัย รถใหม่ ระบบอีทิเก็ต ติดจีพีเอส ควบคุมความเร็ว เพื่อความปลอดภัย แต่อยู่ที่ผลการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุม ถึงแผนในการทำธุรกิจในอนาคต แม้ขนส่งมวลชนไทยจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่รถโดยสารสาธารณะก็ยังจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเชื่อมต่อ รวมถึงเป็นททงเลือกสำหรับคนที่ไม่ใช้รถส่วนตัว การใช้รถใหม่นอกจากจะช่วยลดมลพิษ ยังเป็นการยกระดับบริการของระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทย