เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า วันนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ โครงการรถไฟไทย-กัมพูชา ซึ่งไทยมีการเดินรถไฟมา 45 ปีแล้ว. ไทยกัมพูชามีความสัมพันธ์มายาวนาน จะครบรอบ 70 ปีในปีหน้านี้แล้ว ถือเป็นการฉลองการเริ่มต้น ในปีหน้า ซึ่งวันนี้ได้มีการมอบตู้รถไฟดีเซลรางไป 4 ตู้ และมีการดำเนินการสร้างสะพานใหม่ และเส้นทางใหม่ที่หนองเอียนพร้อมกับการเปิดสถานีรถไฟบ้านคลองลึก ซึ่งวันข้างหน้าจะอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการโดยสารรถไฟ และวันนี้ทราบว่ามีเส้นทางสามารถเดินทางไปถึงกรุงพนมเปญ โดยเราจะไปช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัย ต่างๆต่อไปในอนาคต
พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา. บอกว่าวันนี้ถือเป็นยุคที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด. ในการร่วมมือทำงานกับรัฐบาลช่วงนี้ 5 ปีที่ผ่านมาเพราะ สมเด็จฮุนเซนนายกรัฐมนตรีกัมพูชามายาวนาน 34 ปีแล้ว. ทำงานกับรัฐบาลไทยมา 12 รัฐบาล 12 นายกรัฐมนตรีแล้วเขาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำดีที่สุด ซึ่งถือว่าเขาเข้าใจ สถานการณ์ ภายใน ของเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขอความร่วมมืออะไรกับรัฐบาลไทยหรือไม่พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า มีเรื่องการสัญจรไปมาข้ามแดนต่างๆ และ. การกำหนดจำนวนรถผ่านแดนอะไรต่างๆเหล่านี้ซึ่งเราก็ดำเนินการอยู่แล้ว ที่สำคัญได้มีการประชุมร่วม 3 ฝ่ายตนได้บอกทางกัมพูชาไปว่าถ้าเราทำเรื่องกฎกติการะเบียบข้ามแดนเฉพาะเรากับกัมพูชา มันก็ไปไหนไม่ได้อีก จึงเสนอให้เขาประสานประชุมร่วมกับทางเวียดนามด้วยที่มีการประชุมไปแล้วในเรื่องการขนส่งทางทะเล . เช่นเดียวกับเส้นทางใหม่ที่จะเกิดขึ้นที่หนองเอียน . ระหว่างนี้ยังเปิดไม่ได้เพราะฝั่งโน้นยังสร้างไม่เสร็จ เส้นทางยังมาไม่ถึงนี้ก็จะมีการเจรจาแก้ปัญหา ให้ครบเรียบร้อยโดยมีกฎระเบียบออกมา เมื่อพร้อมก็สามารถที่จะเปิดเส้นทางได้เลย นอกจากนี้เขาขอหารือในเรื่อง การเปิดจุดผ่านแดนถาวรทางอีสาน จุดอานม้า. ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะต้องคุยกัน"ประการสุดท้าย เขาย้ำเมื่อกี คือ เขาจะไม่ยอมให้ใคร มา ใช้ดินแดนของเขาในการเคลื่อนไหว. ต่อต้านรัฐบาลไทย ซึ่งตอนนี้เขาได้มีการส่งข่าวให้ฝ่ายไทยหลายทีแล้ว . เราต้องไว้ใจ ซึ่งกันและกัน. เพราะผลประโยชน์ของชาติ ถือเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมของเรา ต่างคนต่างฝ่ายต้องเคารพ ซึ่งกันและกัน หลักการต้องไว้เนื้อเชื่อใจลดความหวาดระแวง และ ผลประโยชน์เท่าเทียม เราต้องดูแล เขาให้ความช่วยเหลือ บ้างในฐานะที่เป็นมิตรกันเพราะเรา เป็นเพื่อนบ้าน ใกล้ชิดกันยาวนาน ทางการทูต กว่า 70 ปี ซึ่งจริงแล้ว เรามีประวัติศาสตร์กันมายาวนาน 800 -1,000 ปี แล้ว อุปสรรคก็มีทั้งฝั่งเขา และเรา" นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจอะไรต่อตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เขาให้กำลังใจเรา โดยขอให้ได้เป็นนายกรัฐนตรี เพื่อบริหารประเทศชาติต่อ ซึ่งตนก็บอกไปว่า แล้วแต่ เป็นเรื่องกลไกลทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เขาเชื่อมั่นว่าหลายๆอย่างดีขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ และอยากให้ดำรงสิ่งเหล่านี้ต่อไปในอนาคตด้วย ซึ่งตนบอกว่าเราได้ทำยุทธศาสตร์เอาไว้แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรก็ตาม ต้องสามารถที่จะทำต่อได้ ซึ่งเขาก็อยากที่จะสานต่อ
เมื่อถามว่า นายกฯเจอกับ สมเด็จ ฮุนเซ็น จะกอดกันทุกครั้งมีความรู้สึกอย่างไร พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นธรรมเนียมของเขา เราเป็นคนไทย เมื่อเขาแสดงมิตรไมตรีมา ก็ต้องรับอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้มีไรกัน มันคือประเพณีของเขา