ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของพรรคเพื่อไทย เลขาธิการพรรค ภูมิธรรมเวชยชัย พร้อมด้วยโฆษกพรรค ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์และ ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคชูศักดิ์ศิรินิล ร่วมกันแถลงข่าว
โดยนายชูศักดิ์ ระบุว่าการประชุมใหญ่เป็นไปตามกฎหมาย ที่ระบุว่าพรรคการเมืองจะต้อง มีการประชุมใหญ่อย่างน้อย 1 ครั้งเป็นประจำทุกปี โดยมีวาระการประชุมสำคัญในการรับรองวาระการประชุมและงบประมาณต่างๆที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี2557-2562 รวมถึงการพิจารณาสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดยได้รับฟังความเห็นจากสมาชิกพรรคทุกคน
ด้านนายภูมิธรรม บอกว่า ในส่วนของหัวข้อการประเมินสถานการณ์การเมืองนั้น ในที่ประชุมได้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด พร้อมทั้งยังคงยืนยันประเพณีการปกครองที่ระบุว่าพรรคการเมืองที่ได้เสียงมากที่สุดจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาล และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ ในการจัดการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎกติกาที่จะสร้างปัญหาถึงความเชื่อมั่นต่างๆ ส่งผลต่อ ความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ที่ประชุมยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคไม่เปลี่ยนแปลง โดยได้กำหนดพันธกิจของกันก็คือ ขอให้คนในพรรคยังทำหน้าที่ของตนเองอย่างขมักเขม้นต่อไป เพื่อความพร้อมในการเดินหน้าหากได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาประชาชน และหากแม้ไม่ประสบผลสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลก่อนจะเดินหน้าในฐานะพรรคการเมือง เพื่อแก้ปัญหาต่างๆของประชาชน รวมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่างๆในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่าจากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้พรรคได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า พรรคเพื่อไทยยังมีสิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่ส.ส.อันดับหนึ่ง แต่ด้วยกลไกทางกติตาและความไม่เจนชัดเจน ต่างๆจึงทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้
ส่วนกรณีกระแสข่าวที่อาจมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าพรรค นั้นยืนยันขณะนี้พรรคยังไม่ได้คิดอะไรไปถึงขนาดนั้น เพราะผลการเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนรวมถึงข้อมูลดิบจากทางกกต. และกกต.ก็ยังไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ โดยต้องรอให้กกต.ได้ทำหน้าที่ของตัวเองก่อน จากนั้นกระบวนการต่อไปคือการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าทั้ง7 พรรคการเมืองที่ได้เซ็นสัตยาบัน ร่วมกันนั้น ยังมีความหนักแน่นและแข็งแรง ซึ่งหากจะมีการแย่งชิงอำนาจไปนั้นก็ต้องใช้วิธีการนอกรัฐธรรมนูญ คือการซื้องูเห่า หรือวิธีต่างๆ ก็จะเป็นวิธีการที่ไม่สง่างาม และเป็นกระบวนการที่สร้างความรันทดให้กับระบบประชาธิปไตย
นอกจากนี้นายภูมิธรรม ยังมองว่าหากรัฐบาลใหม่ที่ได้มาไม่มี เสถียรภาพและไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ก็อาจเป็นรัฐบาลที่ทำนานอยู่ไม่ได้นาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติทั้งนี้จึงได้มีการ สั่งการให้ทุกคนในพรรคเพื่อไทยเตรียมรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอยู่เสมอ