ที่ผ่านมาจีนก็แสดงแสนยานุภาพ หลายครั้งให้ไต้หวันได้เห็นถึงสรรพกำลังทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมรบ หรือว่าการนำกองเรือผ่านทางช่องแคบไต้หวัน อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ไต้หวันเองนั้นก็พยายามที่จะเสริมสรรพกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน และคู่ค้าสำคัญของไต้หวันที่ยังคงส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือ สหรัฐฯ แม้ว่าทางจีนได้ประท้วงเรื่องดังกล่าวไปยังสหรัฐฯ หลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ ไม่ได้สนใจในคำประท้วงจากทางการจีน แต่อย่างใด
ล่าสุดกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แถลงรับรองโครงการสนับสนุนด้านการทหารให้แก่ไต้หวัน อีกครั้ง โดยการสนับสนุนครั้งนี้ประกอบไปด้วย การฝึกฝนนักบินเครื่องบินขับไล่ F- 16 และการดูแลลูกเรือ โดยโครงการฝึกฝนดังกล่าวอยู่ที่ฐานทัพอากาศลุค ในแอริโซน่า สหรัฐอเมริกา
สำหรับข้อเสนอแพคเกจด้านการทหาร มูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นี้ ที่สหรัฐฯกำลังจะขายให้แก่ไต้หวันนี้ ประกอบด้วยโครงการฝึกฝนนักบิน การเข้าร่วมการซ้อมรบ กระสุนสำหรับฝึกซ้อม การสนับสนุนด้านอุปกรณ์และการบำรุงรักษา ตลอดจนอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ระบุว่า การเสนอขายครั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายต่างประเทศ และความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยจะช่วยปรับปรุงความสามารถในการป้องปรามและความมั่นคงให้แก่ไต้หวัน ซึ่งมีความสำคัญในด้านเสถียรภาพการเมือง ดุลยภาพการทหาร และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในอาณาบริเวณ
นอกจากนั้นแล้วกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยังได้ย้ำว่าข้อเสนอการขายฯนี้เป็นคนละส่วนกับแผนการซื้อฝูงบิน F- 16 จำนวน 66 ลำ จากสหรัฐฯ ของรัฐบาลไต้หวัน
นอกจากการจัดซื้อเครื่องบินรบแล้ว ไต้หวันยังมีแผนเพิ่มงบทหาร ถึงกว่า 400,000 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือ 13,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่ปีนี้ไต้หวันได้กำหนดงบกลาโหม เท่ากับ 11,340 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นอัตราเพิ่ม 5.6 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับปี 2018
แน่นอนกว่าการขายอาวุธและการช่วยเหลือด้านการทหารให้แก่ไต้หวันจะกระทบต่อความสัมพันธ์จีนและสหรัฐฯ เนื่องจากจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่จะต้องกลับมารวมชาติกับจีน หากจำเป็นก็จะใช้กำลังเข้ายึดครอง จีนได้พยายามกดดันเรื่องการรวมชาตินี้มากขึ้นหลังจากที่ ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 และพยายามจะพาไต้หวันออกจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่างต่อเนื่อง