"ปชป. ยังคงย้ำ ว่าขณะนี้ ยังไม่มีมติของพรรค ถึงจุดยืนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ อลงกรณ์ ออกมาระบุว่า ความเห็นที่ออกมาเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว สุดท้ายต้องเคารพมติพรรค และเชื่อมั่นว่าจะต้องไม่มีงูเห่า เพราะหากใครเป็นงูเห่า พรรคจะมีวิธีจัดการโดดเด็ดขาด ระบุ 7วันหลัง 9พ.ค.เลือกหัวหน้าพรรค
พร้อมทั้งให้ความเห็นกรณีแนวคิดของนายไพบูลย์ ที่ให้ใช้ ส.ว. ร่วมโหวตงบประมาณร่วม ส.ส. ว่า เป็นคิดแผลงๆ และขอทุกฝ่ายยึดระบบรัฐสภา อย่าใช้วิชามาร"
รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อลงกรณ์ พลบุตร บอกก่อนประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดรักษาการ ถึงความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิกพรรคว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า เป็นแนวคิดส่วนตัวของแต่ละคน ยืนยันว่า ประชาธิปัตย์มีขั้วเดียว เมื่อมีมติพรรคออกมาอย่างไร ทุกคนต้องปฏิบัติตามมติพรรค ใครที่ไม่ปฏิบัติตาม จะถูกกรรมการจริยธรรมวินัยพรรค หรือถูกภาคทัณฑ์ และพรรคประชาธิปัตย์ต้องไม่มีงูเห่าโดยเด็ดขาด หากใครที่ดำเนินการในลักษณะเป็นงูเห่า เชื่อว่า พรรคจะมีมาตรการเด็ดขาด
และ วันนี้ยังไม่มีขั้วใดขั้วหนึ่งที่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล กกต.ก็ยังพิจารณาคดีทุจริตการเลือกตั้งอยู่ ดังนั้นเสียงที่เห็นยังไม่เป็นทางการ จึงอยากให้รอการรับรองผลก่อน อย่าพึ่งไปตัดสินใจว่า เป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ เพราะเสียงยังไม่นิ่ง ส่วนในการตัดสินใจว่าร่วมกับใครนั้นให้รอหลัง 9 พฤษภาคม
ส่วนแนวคิดของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรรคประชาชนปฏิรูป ที่เสนอให้ใช้มาตรา 270 ให้ ส.ว. มาร่วมโหวตงบประมาณร่วมกับส.ส.นั้น นายอลงกรณ์ ระบุว่า คิดแผลงๆกันตลอดเวลา ถ้าทุกคนยึดมั่นในระบบรัฐสภา ประเทศก็เดินหน้าไปได้ ส่วนการเสนอความคิดแหวกแนวระบบรัฐสภา จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และไม่เป็นผลดีต่อการเมืองในอนาคต และขออย่าใช้วิชามารใดๆ
สำหรับการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการวันนี้ มีนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นประธานการประชุม และรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคเข้าร่วม ซึ่งจะมีการหารือเรื่องการจัดประชุมใหญสามารถประจำปีในวันที่ 24 เมษายน นี้ /และการหารือเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค /รวมถึงข้อเสนอการปฏิรูปพรรคบางส่วน เช่นการจัดตั้งสำนักงานวิจัยและพัฒนานโยบาย และจัดตั้งสำนักงานพัฒนาสาขาและสมาชิก
โดยนายอลงกรณ์ ยังได้มองถึงทิศทางการเลือกหัวหน้าพรรคจะเสนอ ให้ตั้งคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคขึ้นมา 1 คณะ เพื่อดูแลรับผิดชอบการเลือกหัวหน้าพรรค โดยข้อบังคับพรรคระบุไว้ชัดเจนว่าต้องคำนึงถึงการหยั่งเสียงซึ่งมีระบบไพรมารีเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อาจจะใช้วิการแตกต่างจากครั้งที่แล้วเพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งอาจจะทำแบบย่อส่วนคือการใช้โซเชียลเข้ามาช่วย โดยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารที่ต้องพิจารณาว่าจะมี กกต.พรรคเข้ามาดูแลเหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่ ถ้ามีต้องเป็นหน้าที่ กกต.พรรคที่ต้องจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ซึ่งต้องมีการกำหนดวันรับสมัคร และคุณสมบัติของหัวหน้าพรรค โดยต้องเป็นการเลือกตั้งที่้เปิดกว้าง เพื่อให้เป็นตัวอย่างทางการเมือง พร้อมระบุ การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเกิดขึ้นภายใน 7 วัน หลังกกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม เพราะมีภารกิจที่จะต้องรับรอง ส.ส. และประชุมร่วมกันเพื่อ