งานนี้มีกองเชียร์เยอะตามคาด ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็เพราะฝ่ายอาจารย์ปิยบุตร รวมถึงคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เอง ออกมาปลุกกระแสด้วย มีการชวนติดแฮชแท็ก save Piyabiutr ส่วนผลการรับทราบข้อกล่าวหาก็ไม่มีอะไรมาก อาจารย์ปิยบุตรนัดยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 25 เมษายนนี้ โดยอาจารย์ปิยบุตร แสดงความข้องใจเล็กน้อย เนื่องจากได้เวลาเตรียมเอกสารเพียง 9 วัน ทั้งๆ ที่กรณีทั่วไปได้ถึง 30 วัน หรืออย่างน้อย 15 วัน ซึ่งระหว่างกระบวนการรับทราบข้อกล่าวหา อาจารย์ปิยบุตรได้โพสต์ภาพและข้อความทางทวิตเตอร์ เป็นภาพตอนที่ตนเองถูกพิมพ์มือด้วย
คดีที่มีแกนนำพรรคอนาคตใหม่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้มีแค่คดีของอาจารย์ปิยบุตรเพียงคดีเดียวเท่านั้น จากการตรวจสอบของ "ทีมล่าความจริง" พบว่ายังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับแกนนำพรรคคนอื่นๆ โดยเฉพาะคุณธนาธร เข้าคิวรออยู่อีกอย่างน้อยๆ 3 คดี คือ
หนึ่ง คดีวิจารณ์ คสช.เรื่อง "พลังดูด" คดีนี้คุณธนาธร และแกนนำพรรคอีกบางคน ถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีไลฟ์สดโจมตี คสช. ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอัยการ นัดครั้งต่อไปวันที่ 26 เมษายน
สอง คดียุยงปลุกปั่น ช่วยเหลือให้ที่พักพิงผู้ต้องหา และมั่วสุมกันเกิน 10 คนเพื่อก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 มาตรา 189 และมาตรา 215 ซึ่งเป็นคดีค้างเก่าตั้งแต่ปี 58 เมื่อครั้งที่คุณธนาธรไปสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มดาวดิน และกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ รวมทั้งรับ นายรังสิมันต์ โรม ขึ้นรถ หลังตกเป็นผู้ต้องหาที่ สน.ปทุมวัน คดีนี้คุณธนาธรเข้าพบพนักงานสอบสวนไปแล้ว และอ้างว่าตอนนั้นไม่ได้รู้จักกับนายรังสิมันต์ แค่รับขึ้นรถเฉยๆ แต่ปัจจุบัน คุณรังสิมันต์ คือผู้สมัคร และว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคอนาคตใหม่ คดีนี้ยังต้องลุ้นว่าต้องขึ้นศาลทหารหรือไม่
และสาม คดีโอนหุ้น "บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด" ของคุณธนาธรและภรรยา ให้กับมารดาของคุณธนาธร คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งถูกตั้งคำถามว่ามีการโอนกันจริงในวันที่ 8 มกราคมตามที่อ้างหรือไม่ หรือว่าโอนหลังจากนั้นจนอาจทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. คดีนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสอยู่เหมือนกัน เพราะคุณธนาธรตอบคำถามไม่ชัดว่าวันที่ 8 มกราคมที่อ้างว่ามีการโอนหุ้นกันนั้น ตนเองอยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะจากภาพข่าวย้อนหลังที่สื่อมวลชนนำมายืนยัน ปรากฏว่าคุณธนาธรหาเสียงอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ตลอดทั้งวัน แต่อ้างว่ามีการเซ็นเอกสารโอนหุ้นต่อหน้าพยาน 2 คน และ "ทนายโนตารี" ในวันเดียวกันนั้น ที่กรุงเทพมหานคร
คดีโอนหุ้น "วี-ลัค มีเดียฯ" กกต.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนแล้ว และขาดว่าจะเสนอให้ กกต.ชี้มูลได้ก่อนวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ
ต้องโดนคดีและข้อกล่าวหาต่างๆ อ่วมขนาดนี้ ทำให้หลายฝ่ายกำลังตั้งตารอดูว่า พรรคอนาคตใหม่จะมีคะแนนนิยมลดลงหรือไม่ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ก็คือ ในการเลือกตั้ง 24 มีนาคมที่ผ่านมา พรรคการเมืองใหม่พรรคนี้ได้สร้าง "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ด้วยการกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้รวมๆ เกือบ 100 ที่นั่ง ชนะได้แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ ที่สำคัญ พรรคอนาคตใหม่ยังสร้างกระแส "พรรคคนรุ่นใหม่" โดยเอาชนะคนรุ่นใหม่ทุกกลุ่มจากพรรคการเมืองอื่นได้อย่างราบคาบ และหนึ่งในนั้นคือ "คนรุ่นใหม่" ในพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคตั้งใหม่อีกเหมือนกัน
อะไรคือเงื่อนไขความสำเร็จของพรรคอนาคตใหม่ และความสำเร็จนี้จะยั่งยืน หรือแค่วูบวาบตามกระแส วันนี้มีบทวิเคราะห์ดีๆ จากอาจารย์จอมเดช ตรีเมฆ คนรุ่นใหม่จากพรรคลุงกำนัน พร้อมคำเตือนสำคัญจากการสร้างกระแสของพรรคอนาคตใหม่ และวลีที่ว่า "การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องจินตนาการ" ไปติดตามเรื่องนี้ได้จากรายงานพิเศษของล่าความจริง