พลเรือตรีกฤษณะ กล่าวว่า ภายหลังจากที่เวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ ได้รายงานความสำเร็จของการสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ในทะเลใกล้ๆ กับเกาะภูเก็ต และเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมาทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับรายงานว่า มีการตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างในทะเลไม่ปรากฏสัญชาติ โดยอยู่ห่างจากเกาะราชาไปประมาณ 12 ไมล์ทะเล และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (13 เม.ย.) ได้จัดเรือ ต.991 พร้อมชุดสหวิชาชีพ และฝ่ายกฎหมาย ศรชล. เข้าดำเนินการตรวจสอบ พบสิ่งก่อสร้างในทะเล เป็นอาคารพักอาศัยลอยน้ำของกลุ่ม Seasteading ตามที่มีการประกาศในเวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ดังกล่าว
"เมื่อเรือ ต.991 ได้เดินทางไปถึงยังจุดเป้าหมายก็ได้พยายามติดต่อทางวิทยุมารีนแบน ช่อง 16 กับสิ่งปลูกสร้างของกลุ่ม Seasteading ปรากฏว่าไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด เรือ ต.991 จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นสิ่งปลูกสร้างลอยน้ำไม่ปรากฏสัญชาติและไม่มีผู้อยู่อาศัย และในระหว่างทำการตรวจสอบอยู่นั้น เรือ ต.991 ได้แจ้งเตือนเรือสินค้าจำนวน 3 ลำ ให้ระมัดระวังในการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าวเพราะสิ่งก่อสร้างได้ปลูกสร้างในเส้นทางการเดินเรือปกติ"
พลเรือตรีกฤษณะ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจการด้วยสายตาพบว่า อาคารของกลุ่ม Seasteading มีขนาด 3X3 เมตร มีลักษณะเอียงไปทางด้านข้าง จึงได้ส่งชุดตรวจเยี่ยมเข้าทำการตรวจสอบภายในพบมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีพครบครัน และจากการตรวจสอบทางการข่าวได้ยืนยันแนวความคิดของกลุ่มดังกล่าว ว่าจะเป็นการทำให้เอกราชของประเทศไทยเสื่อมเสีย เนื่องจากพื้นที่ทางอาณาเขตประเทศไทยบางส่วนจะถูกรบกวนสิทธิจากกลุ่มคนดังกล่าวอันเป็นความผิดตามกฎหมายประมวลอาญามาตรา 119 และการสร้างสิ่งปลูกสร้างของกลุ่ม Seasteading เป็นการละเมิดสิทธิอธิปไตยของประเทศไทยที่มีเหนือเขตต่อเนื่องตามข้อ 56B และข้อ 60 วรรค 7 และ วรรค 8 ของอนุสัญญากฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 นอกจากนี้จากากรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ภูเก็ตพบว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นขออนุญาตแต่อย่างใด