สสส. รณรงค์คาดเข็มขัดนิรภัย

การ "ขับรถยนต์ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย" มีผลเสีย เกินคาดคิด เสมอ สสส.จึงได้รณรงค์ "หยิบเข็มขัดมาคาดก่อนสตาร์ทรถกัน " สงกรานต์นี้ กลับบ้านปลอดภัย จาก สสส.
ข่าว
ไม่ว่าจะยกเหตุผลไหนขึ้นมา จะบอกว่าอึดอัดหรือขี้เกียจรู้สึกว่าใกล้ๆ แค่นี้หรือขับช้านิดเดียว.. ไม่เป็นไรหรอกแต่การ ขับไม่คาด มีผลเสีย เกินคาด เสมอเพราะในความเป็นจริงแล้ว เบรค หยุดได้แค่รถแต่หยุดเราไว้ไม่ได้ ตามหลักฟิสิกส์แล้วเราจะยังคงพุ่งต่อไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าๆ กับก่อนหยุดแถมไปกระแทกกับอะไรก็ตามที่ขวางอยู่ และถ้าวัดด้วยค่าเกณฑ์การบาดเจ็บทางศีรษะ (Head Injury Criteria : HIC) เรามีโอกาสบาดเจ็บสาหัสหรือตายค่อนข้างสูง จากการพุ่งไปข้างหน้าแบบนี้
ลองดูข้อมูลชุดนี้ แล้วจะเปลี่ยนใจหยิบเข็มขัดมาคาดก่อนสตาร์ทรถกัน
ไม่ว่าจะยกเหตุผลไหนขึ้นมา จะบอกว่าอึดอัดหรือขี้เกียจ รู้สึกว่าใกล้ๆ แค่นี้หรือขับช้านิดเดียว.. ไม่เป็นไรหรอก แต่การ ขับไม่คาด มีผลเสีย เกินคาด เสมอ
เพราะในความเป็นจริงแล้ว เบรค หยุดได้แค่รถ แต่หยุดเราไว้ไม่ได้ ตามหลักฟิสิกส์แล้ว เราจะยังคงพุ่งต่อไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าๆ กับก่อนหยุด แถมไปกระแทกกับอะไรก็ตามที่ขวางอยู่ และถ้าวัดด้วยค่าเกณฑ์การบาดเจ็บทางศีรษะ (Head Injury Criteria : HIC) เรามีโอกาสบาดเจ็บสาหัสหรือตายค่อนข้างสูง จากการพุ่งไปข้างหน้าแบบนี้
ลองดูข้อมูลชุดนี้ แล้วจะเปลี่ยนใจหยิบเข็มขัดมาคาดก่อนสตาร์ทรถกัน
การทดลองของสหพันธ์ยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAF) โดยการทดสอบการชนที่ระดับความเร็วของรถ 55 กิโลเมตร/ชั่วโมง และให้หุ่นยนต์ 2 ตัวนั่งไปด้วยในรถ โดยหุ่นตัวแรกคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ ส่วนอีกตัวไม่ได้คาดเข็มขัดและจัดให้นั่งอยู่เบาะหลังของรถ
เมื่อให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าสักพักหนึ่ง แล้วหยุดรถแบบกะทันหัน ปรากฏว่าหุ่นยนต์ตัวที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยที่นั่งอยู่ด้านหลังคนขับปะทะกับด้านหลังของเบาะคนข้างหน้า และลอยตัวขึ้นด้านบนจนศีรษะไปกระแทกเข้ากับพนักพิงของคนขับ
พอถอดค่าเกณฑ์การบาดเจ็บทางศีรษะนี้เป็นหน่วย HIC (Head Injury Criteria) ก็พบว่า ตัวหุ่นที่ลอยมากระแทกคนข้างหน้ามีค่า HIC สูงถึง 2,192 ขณะที่หุ่นคนขับวัดค่า HIC ขณะปะทะกับถุงลมนิรภัยก็ยังสูงถึง 1,171 HIC
โดยค่ามาตรฐานแล้ว หากค่า HIC อยู่ที่ 1,000 จะมีโอกาสบาดเจ็บทางศีรษะ โดยโอกาสบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่ 55% และโอกาสบาดเจ็บปานกลางอยู่ที่ 90%
http://www.jaf.or.jp/profile/news/file/2017_11.htm
ในเมื่อ เบรค หยุดเราไม่ได้ เข็มขัดนิรภัย นี่แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยของเรา
เพราะตามหลักฟิสิกส์แล้ว หน้าที่ของเข็มขัดนิรภัยคือมันจะช่วยชะลอการพุ่งไปข้างหน้า และรั้งตัวเราไว้ไม่ให้ปลิวออกไปจากเบาะ ซึ่งจะช่วยลด แรงกระแทก ที่จะเกิดขึ้นกับเราได้เมื่อมีการเบรคหรือรถถูกทำให้หยุดแบบกะทันหัน
อย่างกรณีรถชน ก่อนที่เราจะกระแทกกับสิ่งต่างๆ หากขับรถโดย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. แรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับคนที่น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม จะอยู่ที่ 10,800 กิโลกรัม แต่หากคาดเข็มขัด แรงกระแทกจะลดลงเหลือ 2,170 กิโลกรัม คือลดลงถึง 5 เท่า!
นอกจากนี้ งานวิจัยของ Dominik Czernia จาก Institute of Nuclear Physics Polish Academy พบว่า หากขับรถโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อรถชนกับต้นไม้ เข็มขัดนิรภัยจะเป็นตัวพยุงเราให้กระเด้งออกจากเบาะไปไม่เกิน 20 เซนติเมตร และเด้งกลับมาที่เบาะรถอีกครั้ง (เขามีเครื่องมือคำนวณแรงกระแทกให้ด้วย ลองดูกันได้ที่ https://www.omnicalculator.com/physics/car-crash-force)
.
ส่วนข้อมูลของสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ว่า เข็มขัดนิรภัยจะช่วยลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บลงได้ 40-50%, ลดอาการบาดเจ็บได้ 43-65% และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตลงได้ถึง 40-60%
ที่สำคัญคือ หากรถเกิดการพลิกคว่ำ เข็มขัดนิรภัยจะช่วยยึดร่างกายของเราไม่ให้ถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับวัตถุหรือผู้ร่วมทางคนอื่นๆ ในรถด้วย
http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/seatb.html
"พิสูจน์แล้ว หัวพี่แข็งกว่ากระจกรถ ทำผิด นั่งรถไม่คาดเข็มขัด เบรคเบาๆ กระจกร้าวมาครึ่งบาน!"
คำพูดข้างบนไม่ใช่สถานการณ์สมมติ แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับ คุณณาตยา ซึ่งเป็นผู้ร่วมเดินทางไปกับรถยนต์โดยไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ด้วยความรีบและคิดว่าไปใกล้ๆ แค่นี้เอง แถมรถก็วิ่งช้าเพราะการจราจรตอนนั้นติดขัดมาก
แต่ขณะที่ขับไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตร/ชั่วโมงนั้น ผู้ขับเกิดเบนสมาธิจากการขับรถไปมองถนนข้างทาง ส่วนคุณณาตยาซึ่งเป็นผู้ร่วมทางก็กำลังก้มหน้าอ่านข่าวในโทรศัพท์อยู่พอดี จังหวะนั้นมีรถจากข้างหลังพุ่งมาชน และการไม่คาดเข็มขัดนี่เองที่ทำให้ตัวของคุณณาตยาพุ่งไปข้างหน้าด้วย และศีรษะไปกระแทกกระจก ในขณะที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกที เงยหน้าขึ้นมาก็เจอภาพกระจกร้าวไปครึ่งบานตามรูป
อ่านเรื่องจริงข้างบนจบแล้ว เราอยากขอชวนคิดตาม ขนาดกระแทกเบาๆ พร้อมกับความเร็วของการเคลื่อนที่รถเพียง 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่แค่เบรคหรือมีอะไรมากระแทกกะทันหันก็ทำให้ตัวพุ่งจนเกิดเป็นแรงไปชนกระจกร้าวได้ถึงขนาดนี้ และไม่ใช่แค่การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับศีรษะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยานพานะและเวลาที่มีค่าของคุณด้วย
เข้าถึงโพสต์ของคุณณาตยาได้ที่ https://goo.gl/pLrj3x
ส่วนข้อมูลของสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ว่า เข็มขัดนิรภัยจะช่วยลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บลงได้ 40-50%, ลดอาการบาดเจ็บได้ 43-65% และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตลงได้ถึง 40-60%
ที่สำคัญคือ หากรถเกิดการพลิกคว่ำ เข็มขัดนิรภัยจะช่วยยึดร่างกายของเราไม่ให้ถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับวัตถุหรือผู้ร่วมทางคนอื่นๆ ในรถด้วย
เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย กฎหมายจราจรจึงกำหนดให้ ใครที่ขับรถเก๋งส่วนบุคคล, รถกระบะ, รถแท็กซี่ โดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย คนขับและผู้โดยสารจะโดนปรับ 500 บาทต่อคน
ส่วนใครที่ขับรถตู้สาธารณะ, รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่, รถบรรทุก โดยไม่คาดเข็มขัด คนขับจะโดนปรับ 500 บาท แต่ผู้โดยสารจะโดนปรับไปคนละ 5,000 บาทเต็มๆ
ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย หรือเกิดมีการชำรุดของเข็มขัดนิรภัยแต่ทำเฉยไม่ซ่อมแซม จะถูกปรับสูงถึง 50,000 บาท
แถมย้ำให้จำขึ้นใจว่า สำหรับรถโดยสารทุกชนิด หากคนขับไม่จัดให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัย จะถูกปรับเพิ่มอีก 500 บาท!
ดังนั้น ไม่ว่าจะไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย หรือไม่อยากจ่ายเงินค่าปรับ แค่จับเข็มขัดมาคาดก่อนขับรถออกไป
อย่าคิดว่า ขับข้านิดเดียว.. ไม่เป็นไรหรอก