ส่วนนายนิวัฒน์ จอมมะเริง หรือเอ อายุ 25 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งออกจากโรงพยาบาลแล้ว เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเองได้ไปร่วมงานฉลองอุปสมบทรุ่นน้อง ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังเดินทางกลับ โดยเดินออกจากโต๊ะ เพราะงานเลิกและกำลังขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์เพื่อสตาร์ท จากนั้น สิบโททัศนัย สีคราม หรือหนึ่ง ผู้ต้องหาได้เดินมาหาตนเอง แล้วก็พูดว่า "ข้องอะไรหรือป่าว"
จากนั้นเพื่อนของผู้ต้องหา ได้เดินมาหาตนเองและพูดคุยด้วยดีบอกว่า "ใจเย็นมันเมา ไม่เป็นไร" โดยเพื่อนของผู้ต้องหา ได้ให้ตนเองจับมือกับผู้ต้องหา ตนเองก็ยอมจับ แต่ผู้ต้องหาไม่จับมือด้วยและสบัดมือหนี จากนั้นผู้ต้องหาก็ต่อยตนเอง ก่อนจะมีกลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาและเพื่อนตนเองเข้ามาห้ามปราม ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้าไปที่รถไม่คว้ามีดออกมา แล้วปรี่เข้ามาแทงที่หน้าตนเองจนได้รับบาดเจ็บ
กลุ่มเพื่อนจึงเข้ามาห้ามปราม ตนเองก็บอกกับเพื่อนผู้ก่อเหตุที่ชื่อ ตอง ไปว่า ตนเองไม่ได้มีอะไรนะตนมาช่วยงานสนุกๆ ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขึ้นรถยนต์ของตนเองและสตาร์ทเครื่องพุ่งชนน้องที่เสียชีวิต และวัยรุ่นที่ยืนบริเวณทางออกจากงานคล้ายจะหลบหนี แต่ไปไม่ได้ เพราะมีคนยืนอยู่จำนวนมาก ก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งหลบหนี
นายนิวัฒน์ ยืนยันว่า ในวันนั้นตนเองก็ไปร่วมงานเพียงคนเดียวก่อนจะไปเจอนาคที่เป็นรุ่นน้อง และไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันกับผู้เสียชีวิตโดยตนเองนั่งกลุ่มเพื่อนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน กลุ่มเพื่อนก็ไม่มีใครมีเรื่องกับผู้ก่อเหตุและไม่รู้จักด้วยซ้ำก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาทำร้ายตนเอง