สภาพปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ กลายเป็นปัญหาที่กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามหาทางแก้ไข โดยจากข้อมูลสถิติของกรมราชทัณฑ์ล่าสุดพบว่า มีผู้ต้องขังถึง 332,751 คน ขณะที่ขนาดพื้นที่ของเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศรองรับผู้ต้องขังได้เพียง 122,047 คนเท่านั้น เท่ากับว่ามีจำนวนผู้ต้องขังเกินมาเกือบ 2 เท่าเช่นเดียวกับที่เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 1,500 คน แต่เรือนจำแห่งนี้กลับมีผู้ต้องขังถึง 4,500 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 4,000 คน ผู้หญิง 500 คน ส่วนใหญ่เป็นนักโทษคดียาเสพติด มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 25 ปี ส่วนสาเหตุที่ผู้ต้องขังเพิ่มสูงขึ้นเกิดจากการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้นข้น
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อผู้ต้องขังที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพความเป็ฯอยู่ภายในเรือนจำแออัด ผู้ต้องขังเกิดความเครียด เมื่อพ้นโทษออกไปสุ่มเสี่ยงที่จะกระทำความผิดซ้ำ จึงนำมาซึ่งแนวคิดที่จะเพิ่มทางเลือกที่ดีให้กับผู้ต้องขังเหล่านี้โดยกรมราชทัณฑ์ได้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพภายในเรือนจำ ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เช่น ชงกาแฟ ทำอาหาร แกะสลัก ร้อยพวงมาลัย สานปลาตะเพียน กิจกรรมที่เป็นประโยชน์
ผู้ต้องขังบางคนมีเค้าเชี่ยวชาญด้านแกะสลัก จึงได้ใช้ความสามารถของตนเองในการแกะสลักหาเงินเลี้ยงชีพ ภายในเรือนจำ ส่วนของรายได้จะให้ผู้ต้องขัง 50% หลังจากหักต้นทุน ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์จะเข้าเรือนจำเพื่อซื้ออุปกรณ์โดยจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของแต่ละคนที่ทางเรือนจำเปิดไว้ให้ เพื่อเก็บไว้หรือให้ทางครอบครัวนำไปเป็นค่าใช้จ่าย
ส่วนร้านกาแฟ Cook & Coff by วังจันทร์ ถือเป็นร้านที่ส่งเสริมรายได้ให้ผู้ต้องขัง ซึ่งร้านนี้ตั้งอยู่นอกเรือนจำ ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดลูกค้าได้ดีทีเดียว ทว่าหลักเกณฑ์พนักงานที่นี่คือ ต้องเป็นผู้ต้องขังที่เหลือโทษไม่เกิน 6 เดือนและอยู่ในเกณฑ์นักโทษชั้นดี จึงจะได้ออกไปทำงานที่ร้านกาแฟข้างนอกได้ แต่ทั้งหมดจะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด