แต่เรื่องนี้มีมุมมองที่แตกต่างจากเจ้าของฉายา "นักร้อง" นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่บอกว่า ท่าทีของผู้นำกองทัพส่อให้เห็นถึงความไม่รู้หรือไม่เข้าใจบริบทของกฎหมายอย่างแท้จริง เพราะการล่าชื่อหรือเข้าชื่อถอดถอนนั้น ปัจจุบันนี้กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ทำได้แต่เฉพาะนักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่สามารถทำได้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ซึ่งตำแหน่ง ผบ.ทบ.ก็อยู่ในข่ายนี้ด้วย
ประเด็นนี้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (2) เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ระบุว่า ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพื่อดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ กฎหมาย ป.ป.ช.
เมื่อตามไปดูกฎหมาย ป.ป.ช. จะพบว่าเขียนรองรับเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 28 และมาตรา 32 ชัดเจนว่า ป.ป.ช.มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใด กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ประชาชนสามารถร้องเรียนเพื่อให้ ป.ป.ช.ไต่สวนได้ เพื่อนำไปสู่การเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ให้ปรับปรุงการปฏิบัติราชการของหน่วยงานนั้น กรณีนี้ก็คือกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ซึ่งในความเข้าใจของนายศรีสุวรรณ เห็นว่า ป.ป.ช.จะเสนอให้โยกย้าย ผบ.ทบ.ออกจากตำแหน่งเสียก็ได้