ข้อสันนิษฐานในช่วงที่เกิดเหตุ ซึ่งเด็กๆ กับโค้ชเข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวงได้ 2 สัปดาห์นั้น คือการวางยาสลบ แต่จดหมายของทีมแพทย์ไทยกับวิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย ที่ส่งให้วารสารการแพทย์ "นิว อิงแลนด์" เมื่อวานนี้ ระบุว่า นักดำน้ำใช้ยา "เคตามีน" หรือ "สเปเชียล เค" กับเด็กๆ ก่อนนำตัวพวกเขาออกจากถ้ำหลวงฯ ซึ่งพลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ให้สัมภาษณ์ CNN สั้นๆ หลังเสร็จสิ้นภารกิจว่า "เราต้องใช้วิธีที่จะทำให้เด็กๆ ไม่ต้องตื่นตระหนกในขณะที่เราพาพวกเขาออกไป" "สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเขาต้องรอดและปลอดภัย"
จดหมายระบุว่า เด็กๆ สวมหน้ากากอ๊อกซิเจนชนิดครอบเต็มหน้ากับชุดดำน้ำคุณภาพต่ำ เด็ก 4 คนแรก ต้องสวมแว่นกันแดดเพื่อบังดวงตา เพราะพวกเขาไม่ได้สัมผัสแสงอาทิตย์นานกว่า 2 สัปดาห์ ส่วนศีรษะกับคอของพวกเขาก็ถูกตรึงไว้ในกรณีที่เกิดการบาดเจ็บกระดูกสันหลัง ระหว่างการเดินทางผ่านช่องแคบในถ้ำ ถูกห่อด้วยผ้าห่มเพื่อป้องกันภาวะไฮโปเธอร์เมีย หรือ อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป ซึ่งเด็กคนที่ 2 ที่ออกจากถ้ำมีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส และกำลังเกิดเกิดภาวะไฮโปเธอร์เมีย ที่อาจสร้างความเสียหายให้อวัยวะภายใน รวมทั้งหัวใจ ไตและระบบประสาท
ทีมแพทย์ระบุด้วยว่า เคตามีนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กๆ เพราะนอกจากจะทำให้สลบได้แล้ว ยังทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นด้วยเคตามีนถูกสังเคราะห์ครั้งแรก เมื่อปี 2505 และถูกใช้โดยแพทย์ในกองทัพบกสหรัฐฯ ตอนที่ทหารอเมริกันเข้าร่วมสงครามเวียดนาม โดยใช้บรรเทาปวดและเป็นยาสลบ แต่การที่มันมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดประสาทหลอน ทำให้แพทย์ได้รับคำเตือนไม่ให้นำมารักษาผู้ป่วย และมันเป็นที่รู้จักในฐานะ "ยาข้างถนน" และมักใช้เป็น "ยาเสียสาว" ส่วนการใช้กับเด็กๆ ทีมหมูป่า ทีมแพทย์พิจารณาแล้วว่า ปลอดภัยกว่ายาสลบชนิดอื่นๆ