กกร.ยังปรับลดคาดการณ์การส่งออกเหลือ 3-5% จากเดิม 5-7% ซึ่งการปรับลดตัวเลขครั้งนี้ ยังไม่ได้นำปัจจัยการเมืองของไทยเข้ามาคำนวณ โดยยังต้องรอความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งระหว่างนี้ ต้องการให้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบไปจนกว่าจะผ่านพ้นงานพระราชพิธีสำคัญในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้น ทุกฝ่ายควรรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤษภาคม หากมีประเด็นต่างๆ เช่น เรื่องความไม่โปร่งใส ทุจริต สามารถร้องเรียนได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
เชื่อว่าถึงที่สุดจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะเป็นรูปแบบใดนั้น ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป แต่อยากเห็นความสงบ อยู่ในกรอบของกฎหมาย และเป็นไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญก็ไม่น่าเป็นห่วง ภาคเอกชนอยากเห็นการฟอร์มทีมรัฐบาลชุดใหม่เกิดขึ้นเร็วที่สุดหรือภายในเดือนพฤษภาคมนี้สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ หากมุ่งเน้นนโยบายประชานิยมที่ส่งผลกระทบต่อวินัยการคลัง ก็อาจจะมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคตได้