เนชั่นทีวี

ข่าว

กกร.ผวาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หั่นเป้าจีดีพีเหลือ 3.7%

04 เม.ย. 2562 | lastman

กกร.ผวาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หั่นเป้าจีดีพีเหลือ 3.7%

ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.สุพันธุ์ มงคลสุธี ระบุ กกร.มีมติปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 3.7-4% จากเดิม 4-4.3% เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งเรื่องสงครามการค้า ซึ่งจีนกับสหรัฐยังไม่สามารถตกลงกันได้ รวมทั้งเรื่อง Brexit ที่ยังไร้ข้อสรุป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก

กกร.ยังปรับลดคาดการณ์การส่งออกเหลือ 3-5% จากเดิม 5-7% ซึ่งการปรับลดตัวเลขครั้งนี้ ยังไม่ได้นำปัจจัยการเมืองของไทยเข้ามาคำนวณ โดยยังต้องรอความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งระหว่างนี้ ต้องการให้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบไปจนกว่าจะผ่านพ้นงานพระราชพิธีสำคัญในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้น ทุกฝ่ายควรรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤษภาคม หากมีประเด็นต่างๆ เช่น เรื่องความไม่โปร่งใส ทุจริต สามารถร้องเรียนได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

กกร.ผวาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หั่นเป้าจีดีพีเหลือ 3.7%


เชื่อว่าถึงที่สุดจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะเป็นรูปแบบใดนั้น ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป แต่อยากเห็นความสงบ อยู่ในกรอบของกฎหมาย และเป็นไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญก็ไม่น่าเป็นห่วง ภาคเอกชนอยากเห็นการฟอร์มทีมรัฐบาลชุดใหม่เกิดขึ้นเร็วที่สุดหรือภายในเดือนพฤษภาคมนี้สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ หากมุ่งเน้นนโยบายประชานิยมที่ส่งผลกระทบต่อวินัยการคลัง ก็อาจจะมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคตได้

กกร.มองว่า ภารกิจแรกของรัฐบาลชุดใหม่ นอกจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 คือการออกมาตรการกระตุ้นเพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าในช่วงครึ่งปีแรกส่วนความไม่ชัดเจนทางการเมืองในขณะนี้ เชื่อว่ายังไม่มีผลกระทบต่อการลงทุน เนื่องจากการลงทุนต่างๆ จะต้องวางแผนในระยะยาว แต่การลงทุนใหม่อาจจะยังรอความชัดเจน

กกร.ผวาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หั่นเป้าจีดีพีเหลือ 3.7%


ด้านประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กลินท์ สารสิน ระบุ ที่ประชุมยังหารือถึงวิกฤติฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้ เพราะเหลือเพียงเครื่องยนต์เดียวที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มปรับลดลงพอสมควร จึงอยากให้รัฐบาลเร่งหาสาเหตุของการเกิดฝุ่นไม่ว่าจะมาจากการเผาที่ต้องการจะสร้างสถานการณ์ หรือเกิดจากความเชื่อของชาวบ้านในการเผาพืชผลทางการเกษตรก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว และในอนาคตรัฐบาลควรสนับสนุนการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีเก็บเกี่ยวที่ทันสมัยมาช่วยแก้ปัญหาฝุ่นพิษได้

ข่าวล่าสุด