พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ อาเซียนมีแผนที่จะส่งเสริมการสร้างประชาคมอาเซียนให้มีการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ตามแนวทางภายใต้แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025 อันจะส่งผลโดยอ้อมให้พื้นที่บริเวณชายแดนมีความเปราะบาง และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ใช้แสวงหาประโยชน์ดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐได้ โดยประเทศสมาชิกอาเซียนตระหนักดีถึงปัญหานี้ และได้ร่วมกันจัดทำเอกสารวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 และแผนงานประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2016 2025 กำหนดเป้าหมายในการสร้างประชาคมอาเซียน และมีกระบวนการรวมตัวกันอย่างแน่นแฟ้น มีการเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางในการรับมือ ป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
นายกฯ กล่าวว่า ไทยเห็นว่าอาเซียนควรร่วมกันกำหนดแนวทางที่จะพัฒนากรอบความร่วมมือในการบริหารจัดการชายแดนระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อป้องกันภูมิภาคจากภัยคุกคามที่มาจากอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนให้เกิดการไหลเวียนของการค้า การลงทุน และประชาชนข้ามพรมแดนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งในปี 2562 ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนภายใต้แนวคิดหลัก "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" มุ่งเสริมสร้างให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะความมั่นคงที่ยั่งยืนมีภูมิต้านทานต่อภัยคุกคาม และอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติไม่สามารถจะสำเร็จลุล่วงได้ด้วยความพยายามของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกประเทศในภูมิภาคจะต้องร่วมมือกัน จึงจะสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้อย่างรอบด้าน มีประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน
นายกฯ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ อาเซียนจึงควรร่วมกันจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนในอาเซียน เพื่อเป็นกลไกในการสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการเคลื่อนย้ายคน กับการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดน ทั้งนี้ แนวคิดของการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนเป็นเรื่องที่อาเซียนได้ให้ความเห็นชอบแล้วในเอกสารวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 ซึ่งการจัดตั้งกลไกดังกล่าวเป็นการแปลงเจตนารมณ์ของอาเซียนให้เป็นแผนงานการทำงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอาเซียน