ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.ได้ลงนามในสัญญาจ้างและแต่งตั้ง บริษัท ไพร้ซ์วอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และแผนวิสาหกิจ ปี 2563 ตามแผนยุทธศาสตร์ ระยะกลาง ปี 2563 -2567 แผนปฎิบัติการแผนการปรับโครงสร้างและแผนพัฒนาบุคลากร (Transformation) เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดนโยบาย บทบาท และการดำเนินงานของ บสย. ให้เป็นไปตามแนวทาง และข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และกระแสดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยจะนำมาใช้เป็นแผนวิสาหกิจ และแผนปฎิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมในการปรับโครงสร้างองค์กร กล่าวได้ว่า โครงการนี้ จะเป็นการยกเครื่ององค์กรครั้งสำคัญในรอบ 27 ปีของ บสย. เพื่อก้าวสู่องค์กรรัฐวิสาหกิจยุคเศรษฐกิจดิจิทัลขอบข่ายการทำงานที่สำคัญของบริษัท ไพร้ซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ คอลซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จะประกอบด้วย 1.แผนการบริหารจัดการธุรกิจรูปแบบใหม่ (New Business Model) 2. แผนการบริหารจัดการโครงสร้างองค์กรและระบบงาน 3.แผนการบริหารบุคคล (HR Strategy) โดยโครงสร้างระบบงานและระบบการบริหารบุคลากร จะเป็นการทำงานควบคู่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม และส่งเสริม สนับสนุนการทำงานของบุคลากร ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนนำไปสู่การพัฒนาองค์กรต่อไป ซึ่งบริษัทฯ จะใช้เวลา 150 วันในการดำเนินการ นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาทั้งนี้ ผลที่ได้จากแผนการปรับโครงสร้างและแผนพัฒนาบุคลากร (Transformation) จะก่อให้เกิดแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่ของ บสย. ซึ่งจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม โดยเน้นให้ความช่วยเหลือสนับสนุนตามความต้องการของแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้ง SMEs กลุ่มที่มีศักยภาพ แต่ยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ และกลุ่มที่ บสย. สามารถคัดกรองระดับศักยภาพ ความสามารถ และมีแนวทางในการพัฒนา เพื่อปรับลดระดับการพึ่งพิงภาครัฐ นอกจากนี้ การปรับตัวของ บสย.ครั้งนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่สร้างโอกาสด้านรายได้ การปรับลดค่าเสียโอกาสในการใช้งบสนับสนุนจากภาครัฐให้ลดลงกลับมาเป็นโยชน์มากขึ้น เพื่อยกระดับการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพให้แก่ บสย.ในอนาคต ซึ่งการปรับโครงสร้างองค์กรจะดำเนินการสิ้นสุดภายในเดือน สิงหาคม 2562