สมาชิกสภานิวซีแลนด์มีมติ 119 ต่อ 1 เสียง สนับสนุนร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืนฉบับใหม่ ที่จะแบนปืนกึ่งอัตโนมัติแบบที่ใช้ในกองทัพ หรือ เอ็มเอสเอสเอ ซึ่งเป็นปืนชนิดเดียวกันกับที่คนร้ายสัญชาติออสเตรเลียใช้ก่อเหตุสังหารหมู่ในมัสยิดสองแห่งในเมืองไครซ์เชิร์ชเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย โดยจะต้องผ่านการโหวตอีก 2 ครั้งจึงจะมีผลบังคับใช้
สจ๊วร์ต แนช รัฐมนตรีด้านกิจการตำรวจกล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ากฎระเบียบอาวุธปืนในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีจำนวนผู้เข้าถึงอาวุธที่เป็นอันตรายที่มากจนเกินไป ทั้งๆ ที่ไม่มีเป้าหมายอันเหมาะสม และยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับสาธารณชนด้วยส่วนเดวิด ซีมัวร์ ส.ส.ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจากพรรค ACT เสียงเดียวที่โหวตค้านร่างกฎหมายนี้ อ้างว่า กระบวนการผ่านร่างกฎหมายที่ปกติต้องใช้เวลาอภิปรายนานหลายเดือน เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ซึ่งอันที่จริงเขามีแผนจะอภิปรายเพื่อถ่วงเวลาแต่กลับเสียเวลาให้สัมภาษณ์สื่อจนเข้าประชุมสาย
แต่รัฐมนตรีด้านกิจการตำรวจยืนยันว่า นิวซีแลนด์จำเป็นต้องลงมือทำอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องการเห็นการโจมตีเกิดขึ้นในประเทศอีก ขณะเดียวกันคาดว่า ภายในปีนี้นิวซีแลนด์จะออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเพิ่มอีกหลายฉบับ อาทิ การลงทะเบียนปืน, การตรวจสอบประวัติ, และระเบียบการเก็บรักษาปืนที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้จะยังผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคำพูดที่สร้างความเกลียดชัง หรือ เฮทสปีชด้วย
ปัจจุบันพลเมืองนิวซีแลนด์เป็นเจ้าของปืนราว 1 ล้าน 5 แสนกระบอก หรือเฉลี่ยเท่ากับ 3 กระบอกต่อ 10 คน โดยในจำนวนนี้เป็นปืนประเภท MSSA ที่จะถูกแบน 13,500 กระบอก ขณะที่นายเบรนตัน ทาร์แรนต์ คนร้ายวัย 28 ปี เตรียมขึ้นศาลในวันศุกร์นี้ผ่านระบบวีดีโอลิงค์มาจากเรือนจำความมั่นคงสูงในเมืองอ็อคแลนด์
นอกจากนิวซีแลนด์แล้ว ในวันนี้รัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยว่า จะเพิ่มงบประมาณเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงเป็น 381 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 8,500 ล้านบาทภายใน 4 ปีข้างหน้า