ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย บอกว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เข้าขั้นรุนแรงในภาคเหนือ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการเปิดวอร์รูม เพื่อเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือหากออกจากบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย n95 ซึ่งทาง อย.ก็ได้กำชับ กับผู้ประกอบการให้เร่งนำเข้าหน้ากาก n 95 ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุข จังหวัด ก็ได้มีการแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนไปแล้ว 8 แสนชิ้น
ปลัด สธ.บอกถึงเรื่องผู้ป่วยในพื้นที่ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่า ก็ต้องถือว่าเป็นผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว หรือถุงลมโป่งพองหรือเป็นเด็กเล็ก ซึ่งประชาชนต้องมีการป้องกันตัวเอง ถ้ามีประวัติโรคประจำตัวหรืออยู่ในภาวะเสี่ยงก็ไม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ต่อกรณีงานวิจัยของแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มโอกาสการเสียชีวิตนั้น เราต้องช่วยกันให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ยอมรับว่าฝุ่นมีผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยงจริง แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าส่งผลกระทบต่อกลุ่มอื่นๆ ด้วยหรือไม่ ซึ่งก็ได้ประสานข้อมูลกับทางคณะแพทยศาสตร์ มช.อย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามต่อว่าบางพื้นที่ วัดคุณภาพอากาศอยู่ที่ระดับ 500 ถือว่าเป็นอันตรายจนถึงขั้นต้องอพยพออกจากพื้นที่หรือไม่ ปลัด สธ.บอกว่า ต้องดูว่าอยู่ในบ้านเรือนหรือไม่ กับสภาพอากาศเช่นนั้นเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า
ด้านรองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ บอกว่า จากการติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดัน ตัวเลขผู้ป่วยยังอยู่ในระดับคงที่ แต่จะอาจเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย ส่วนกลุ่มเด็กก็เป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน แต่อยากเน้นย้ำและเรื่องของการส่งต่อข้อมูลในโลกโซเชียลอาจจะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้มากขึ้น ตามที่ท่านปลัดกล่าวถึงสาเหตุฝุ่นมีหลายสาเหตุอย่างในพื้นที่ภาคเหนือก็เกิดจากจุดความร้อนหรือการเผาป่าและควันไฟที่เกิดจากการเผาจากนอกประเทศตอนนี้ส่วนราชการกำลังเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ