นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ให้การต้อนรับนางฟาบิอานา โรซาเลส ภรรยาของนายฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านและประธานสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา ซึ่งประกาศตัวเป็นผู้นำรักษาการ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ภายใต้การหนุนหลังจากสหรัฐฯ โดยในการพบปะครั้งนี้ ทางด้านผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องไปยังรัสเซีย ว่าทางด้านรัสเซียนั้นจะต้องถอนทหารออกจากเวเนซุเอลา และยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เองก็ยังคงพิจารณาทุกแนวทางที่เป็นไปได้ในการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ไม่ว่าจะเป็นการขยายขอบเขตของมาตรการคว่ำบาตร หรือการใช้มาตรการทางทหาร แต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกว่าจะทำการอย่างไรต่อไป
นางฟาบิอานา โรซาเลส ยังได้พบปะกับทางด้าน นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งด้วย ซึ่งการให้ที่สหรัฐฯต้อนรับและให้เกียรตินางฟาบิอานา โรซาเลส ในสถานะเทียบเท่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเวเนซุเอลา ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายว่าเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ทางจิตวิทยาของสหรัฐฯ ในการเพิ่มแรงกดดันต่อผู้นำเวเนซุเอลา
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของทางด้าน ฮวน ไกวโด ได้มีการนัดปราศรัยใหญ่อีกครั้ง วันที่ 6 เมษายนนี้ โดยเขาได้ปลุกระดมประชาชนให้ออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร อีกครั้งขณะที่วิกฤติกระแสไฟฟ้าขัดข้องครั้งที่ 2 ภายในเดือนเดียวยังคงทำให้ชาวเวเนซุเอลา นั้นได้รับผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกครั้ง
ทางด้านรัสเซียเองได้ ส่งทางด้าน มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงข้อเรียกร้องของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้รัสเซีย ถอนทหารออกจากเวเนซุเอลานั้นว่า ทางด้านสหรัฐฯ ประกาศว่าจะถอนทหารทั้งหมด ออกจากซีเรียตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้กลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ ก่อนการแสดงความประสงค์ให้รัสเซียปฏิบัติแบบเดียวกัน สหรัฐฯ ควรปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างเสียก่อน
ดังนั้นแน่ชัดว่ารัสเซีย ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์อย่างแน่นอน ดังนั้น การที่ ผู้นำสหรัฐฯ จะใช้มาตรการใดเพื่อจัดการกับทางด้าน ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ก็คงต้องทบทวนกันอย่างหนัก เพราะตอนนี้มีรัสเซีย เป็นผู้ขัดขวางเบอร์ใหญ่ ที่สหรัฐฯเองก็ย่อมตระหนักว่า คงไม่ง่ายหากจะตัดสินใจใช้กำลังทหารในประเทศนี้