เนชั่นทีวี

ข่าว

สิงคโปร์ผลักดันสุดตัว "ศูนย์อาหารแผงลอย" ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

30 มี.ค. 2562 | lastman

สิงคโปร์ผลักดันสุดตัว "ศูนย์อาหารแผงลอย" ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

สิงคโปร์ได้เสนอ "วัฒนธรรมศูนย์อาหารแผงลอย" (hawker culture) ต่อสำนักงานใหญ่ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส เพื่อให้ได้รับการจารึกเป็น "รายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติของยูเนสโก"

สิ่งที่นำเสนอ รวมถึงจดหมาย, ภาพถ่ายและวิดีโอที่พิสูจน์ว่า สาธารณชนได้สนับสนุนการเสนอนี้ โดยในบรรดาภาพถ่าย มีภาพพ่อค้าอินเดียมุสลิม กำลังเตรียมบิรยานี หรือ ข้าวหมกอินเดีย พ่อค้าจีนกำลังทำข้าวมันไก่ และพ่อกับลูกกำลังรับประทานลอดช่องส่วนวิดีโอที่ผลิตเพื่อให้ส่งให้คณะกรรมการประเมินที่มีสมาชิก 12 คน ในจำนวนนี้มี 6 คน ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และเข้าใจวัฒนธรรมศูนย์อาหารแผงลอยในสิงคโปร์เป็นอย่างดีนั้น มีความยาวเกือบ 10 นาที

สิงคโปร์ผลักดันสุดตัว "ศูนย์อาหารแผงลอย" ขึ้นทะเบียนยูเนสโก


เอกสารทั้งหมดเหล่านี้ ที่จะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปได้รับการเสนอร่วมโดย 3 องค์กรที่เป็นผู้ผลักดันสำคัญ ได้แก่คณะกรรมการมรดกแห่งชาติสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและสมาคมสหพันธุ์ผู้ค้าแห่งสิงคโปร์โดยจะใช้การประเมินและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการเพื่อเป็นแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ที่มีสมาชิก 24 คน ก่อนประกาศผลสิ้นปีหน้า ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จ วัฒนธรรมศูนย์อาหารแผงลอยของสิงคโปร์ ก็จะไปรวมกับวัฒนธรรมอื่นของประเทศอื่น อีก 429 ประเทศ ที่ถูกจารึกไว้ตั้งแต่เริ่มสถาปนา เมื่อปี 2551ที่รวมถึงวัฒนธรรมเบียร์ของเบลเยียม วัฒนธรรมเครื่องดนตรีอังกะลุงของอินโดนีเซีย วัฒนธรรมละครหุ่นเงาของจีน และคิมจัง หรือ วัฒนธรรมการทำกิมจิของเกาหลีใต้

การพยายามผลักดันวัฒนธรรมศูนย์อาหารเข้าสู่การจารึกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของสิงคโปร์ มีขึ้นหลังจากสวนพฤษศาสตร์ที่สร้างเมื่อปี 2402 สมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ได้รับการจารึกเป็นมรดกโลกอย่างแรกของสิงคโปร์ เมื่อปี2558 และถ้าครั้งนี้สำเร็จ ก็จะช่วยให้ชื่อเสียงของสิงคโปร์ ในฐานะประเทศที่มั่งคั่งทางวัฒนธรรมโดดเด่นขึ้นไปอีก 

สิงคโปร์ผลักดันสุดตัว "ศูนย์อาหารแผงลอย" ขึ้นทะเบียนยูเนสโก



ซึ่งนอกจากสมาคมศูนย์อาหารแผงลอยแล้ว ยังมีผู้สนับสนุนอื่นๆ อีกกว่า 850,000 ราย และข้อความอีกกว่า 31,000 ข้อความ ถูกลงทะเบียนในหลายแพล็ตฟอร์ม โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในโซเชียล มีเดีย พบว่า มีการกดไลค์และแสดงความเห็นมากถึง 810,000 เพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของวัฒนธรรมศูนย์อาหารแผงลอยและการจารึกเป็นมรดกโลกของยูเนสโก


ความพิเศษของวัฒนธรรมศูนย์อาหารแผงลอยของสิงคโปร์ ได้รวมถึงการให้บริการในฐานะสถานที่รับประทานอาหารตามชุมชนสำหรับทุกคน และสะท้อนสังคมหลากหลายวัฒนธรรมของสิงคโปร์ด้วย และปัจจุบันมีมากกว่า 100 แห่งในสิงคโปร์ และกว่า 80% ของประชากรของประเทศ จะต้องไปใช้บริการอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ข่าวล่าสุด