ที่หน้าร้านฟูบาร์ ซอยรามบุตรี แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 29 มีนาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.ท.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว สน.ชนะสงคราม และชุด ศปอส.ตร. แถลงผลการนำกำลังเข้าปิดล้อม โรงแรม เกสเฮ้าส์ อาคารชุด ห้องเช่า บ้านพักในพื้นที่สน.ชนะสงครามกว่า 260 แห่ง เพื่อตรวจสอบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ ตาม ม.37 และ ม.38 พรบ.คนเข้าเมือง สามารถจับกุมนายลัสแมน ดาส วันดรา ซาห์ (Lasman Das Sundra Shah) อายุ 68 ปี สัญชาติมาเลเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับในประเทศมาเลเซีย ซึ่งก่อเหตุคดีฉ้อโกง จำนวน 2 คดี มีมูลค่าความเสียหาย 334,000 ริงกิต หรือประมาณ 2.68 ล้านบาท ได้เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบที่จะเข้ามาในประเทศไทย หรือคนร้ายใช้เป็นที่หลบซ่อน ซึ่งมีการสั่งการให้ชุดสืบสวนทำการเอกซเรย์ที่พักของคนต่างด้าวเช่นโรงแรมเกสเฮ้าส์อาคารชุดห้องเช่าบ้านพักอาศัยของคนต่างด้าวที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านถ. พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. ระหว่างการตรวจคนต่างด้าวได้พบเจอกับนายลัสแมน ดาส วันดรา ซาห์ (Lasman Das Sundra Shah) อายุ 68 ปี สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.6 บก.สส.สตม. สามารถจดจำได้ว่าคนต่างด้าวรายนี้ได้ถูก บก.ตม.3 สตม. เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศมาเลเซียในคดีฉ้อโกงจำนวน 2 คดีมีมูลค่าความเสียหาย 334,000 ริงกิตหรือประมาณ 2.68 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 ได้ผลักดันส่งกลับไปยังประเทศมาเลเซียไป จากนั้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา นายลัสแมน ได้หลบหนีเข้าประเทศไทยอีกครั้งจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวไว้ได้ในความผิด " เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่ให้ที่พักอาศัยในข้อกล่าวหา" ช่วยเหลือประการใดๆให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม"