นอกจากนี้ความเชื่อมั่นของประชาชนก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจัยอื่นๆที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับระบบประกันภัย ซึ่งเลขาธิการ คปภ. ได้นำคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีจากภายนอกของบริษัทประกันภัยทุกแห่ง รวมกว่า 400 คน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ณโรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพฯ เพื่อถอดบทเรียนกรณีที่มีการปิดบริษัทประกันภัยโดยได้วิเคราะห์สาเหตุของการหยุดชั่วคราวของธุรกิจประกันวินาศภัย การควบคุมบริษัทประกันชีวิตไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต โดยคณะกรรมการตรวจสอบถือเป็น Third-line ofdefense หรือปราการด่านสุดท้ายที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและทำให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทมีความถูกต้องโปร่งใสและเป็นไปตามกฎระเบียบ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้รับเกียรตจากท่านประสัณห์เชื้อพานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบัญชี ในคณะกรรมการ คปภ. เข้าร่วมประชุมและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
นอกจากนี้ในการประชุมร่วมครั้งนี้ยังได้มีการทำความเข้าใจแลกเปลี่ยนความเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศ คปภ. เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัยและการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัยนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. 2561ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบในการกำกับดูแลงบการเงินของบริษัทประกันภัยและแนวทางในการป้องกันมิให้บริษัทประกันภัยมีพฤติกรรมอันนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาต
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ประกาศ คปภ.เกี่ยวกับการเสนอขายที่ปรับปรุงใหม่มีสาระสำคัญที่เน้นเกี่ยวกับรายละเอียดของการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมในการเสนอขายมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าโดยเฉพาะการขายผ่านทางโทรศัพท์และสำหรับบริษัทที่มีการขายผ่านธนาคาร ดังนั้นคณะกรรมการตรวจสอบต้องควบคุมและตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามกติกาของ คปภ. ด้วยนอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงมาตรการในการลงโทษโดยเพิ่มมาตรการในการลงโทษตามลำดับชั้นของความผิดซึ่งเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ สำนักงานคปภ. ยังได้ออกประกาศ คปภ. เรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทประกันภัย พ.ศ.2562 หรือ "ประกาศ CG (Corporate Governance)" เมื่อวันที่ 10มกราคม 2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งประกาศฉบับนี้ได้ยกระดับจาก CG Guideline ที่ออกไว้เมื่อปี 2557เน้นรายละเอียดให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และบริบทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้นโดยกำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องดำเนินการ ดังนี้
1.จัดทำ CGFramework ให้เป็นลายลักษณ์อักษร และมีการทบทวนตามความเหมาะสม
2.กำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการ ต้องมีองค์ประกอบ และจำนวนของกรรมการที่เหมาะสมมีการถ่วงดุลอำนาจ และคำนึงถึงความสามารถของกรรมการในการทำงานร่วมกันให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
3.การแต่งตั้งประธานคณะกรรมการของบริษัท ประธานฯควรจะต้องเป็นกรรมการอิสระหรือกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของบริษัทเพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี
4.กำหนดบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำองค์กรและแบ่งแยกหน้าที่ของกรรมการบริษัท ผู้บริหารของบริษัทในฐานะฝ่ายกำกับดูแล และฝ่ายบริหารของบริษัทไว้อย่างชัดเจน
โดยอยากเห็นคณะกรรมการตรวจสอบกรรมการอิสระ และผู้สอบบัญชีของบริษัทประกันภัย มี "R-E-A-C-T" ซึ่งประกอบด้วย R - Reliability คือ"รู้ทัน สั่งการ ติดตาม" E - Experience คือใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการให้ข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงานของบริษัทและมี A- Assurance คือปฏิบัติหน้าที่ทั้งการตรวจสอบเชิงป้องกันหรือการตรวจสอบเพื่อหาข้อบกพร่อง ระบบการตรวจสอบที่ดีเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทประกันภัยมีรายงานทางการเงินที่มีความสมบูรณ์ ถูกต้องเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังต้องมี C - Compliance คือขอให้สอบทานว่าบริษัทมีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามกฎระเบียบแล้วหรือไม่และกระบวนการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Unit) และการตรวจสอบภายในสอดคล้อง และครอบคลุมกับประกาศ และข้อกำหนดต่างๆแล้วหรือไม่ และสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีคือ T - Transparency คือความโปร่งใสในการดำเนินการ ซึ่งเน้นเรื่องการกำกับดูแลฐานะการเงินและการดำเนินงานของบริษัทที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ในการประชุมยังได้มีการชี้แจงและทำความเข้าใจ เรื่อง เกี่ยวกับสาเหตุหลักที่ทำให้บริษัทประกันภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาตและความคาดหวังต่อบทบาทของคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องระบบการควบคุมภายใน โดยนายชูฉัตร ประมูลผล ารองเลขาธิการ ด้านตรวจสอบ อีกทั้งได้มีการชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องประกาศ คปภ. เกี่ยวกับการเสนอขายที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งจะนำไปสู่ "Appropriateness for the Best Policy" โดย นายอรรถพลพิบูลธนพัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบคนกลางประกันภัย รวมถึงยังได้มีการนำเสนอเรื่องบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบในการกำกับดูแลงบการเงินและประเด็นที่คณะกรรมการตรวจสอบควรให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความถูกต้องของงบการเงินเพื่อแสดงความเห็นที่เป็นอิสระและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน โดย ดร.ชญานิน เกิดผลงาม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายวิเคราะห์ธุรกิจประกันภัย รวมทั้งเปิดให้ที่ประชุมได้ซักถามและให้ข้อเสนอแนะ
นอกจากนี้เลขาธิการ คปภ. ยังได้แนะนำให้กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระด้านประกันภัยมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มโดยในเบื้องต้นอาจจัดทำเป็นชมรม เพื่อจะได้มีเวทีพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้ปัญหาของบริษัทประกันภัยได้รับการป้องกันหรือแก้ไขอย่างทันท่วงทีและเป็นระบบ
"สำนักงาน คปภ.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากการประชุมในวันนี้ จะมีการนำประเด็นที่ สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยไปพิจารณาว่าบริษัทประกันภัยแต่ละบริษัทมีความเสี่ยงอย่างไรบ้างเพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันความเสี่ยง กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมรวมถึง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินธุรกิจก็สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีเพื่อช่วยกันทำให้บริษัทประกันภัยมีความเข้มแข็ง และเพื่อให้ธุรกิจประกันภัยสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง"เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย