เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ประชาธิปัตย์พ่าย "ลุงตู่"

25 มี.ค. 2562 | wanchat

(คลิปข่าว) ประชาธิปัตย์พ่าย "ลุงตู่"

อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่กลายเป็นหัวข้อวิจารณ์ทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ก็คือภาวะตกต่ำสุดขีดของ "พรรคประชาธิปัตย์" จากพรรคตัวแปรสำคัญที่สุด ถึงขั้นวาดฝันเป็น "ขั้วที่ 3" ถึงไม่ชนะจากเขตเลือกตั้ง ก็ยังมีลุ้นดัน "เดอะมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นนายกฯอีกรอบ แต่เมื่อผลคะแนนออกมา แทบตกเก้าอี้ เพราะประชาธิปัตย์กลายไม่ใช่แค่ "พรรคต่ำร้อย" ธรรมดา แต่เป็นพรรคเล็กยิ่งกว่าพรรคขนาดกลางเสียอีก จำนวน ส.ส.รวมแพ้พรรคภูมิใจไทย แถมตามหลังพรรคตั้งใหม่เมื่อวานซืนอย่างอนาคตใหม่เกือบเท่าตัว


นี่คือชะตากรรมของประชาธิปัตย์ในวันนี้ ทำให้ คุณอภิสิทธิ์ประกาศลาออกทันทีเมื่อคืนที่ผ่านมา ณ ที่ทำการพรรค ต่อหน้ารูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญของคุณอภิสิทธิ์ และถือเป็นแบบอย่างของนักการเมืองรุ่นหลัง ในการรับผิดชอบต่อคำพุดและสัญญาประชาคมของตนเอง แน่นอนว่าบรรดาแฟนคลับถึงกับร่ำไห้ บ้างก็ว่าน้ำที่พระแม่ธรณีบีบมวยผมบีบออกมา เป็นเหมือน "น้ำตา" จากคนที่รักประชาธิปัตย์ และรักคุณอภิสิทธิ์
สาเหตุของความพ่ายแพ้ที่เป็นสาเหตุพื้นๆ ที่เรียกว่า "รู้ๆ กันอยู่" มีอยู่ 3-4 ข้อ ดังนี้

1.ปัญหาขัดแย้งแตกแยกในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคก่อนเลือกตั้ง การแข่งขันชิงหัวหน้าพรรค ทำให้พรรคไม่เป็นเอกภาพ และยังมีปัญหาเรื่องการจัดตัว ส.ส.ลงสู้ศึกเลือกตั้ง ซึ่งมีข่าวว่ามีการสกัดฝ่ายที่ไม่สนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ ไม่ให้ลงสมัคร แต่ส่ง "ทีมเพื่อนอภิสิทธิ์" ลงแทน ทำให้คนที่ได้สิทธิ์ลงสมัคร ไม่ใช่ "ขุนพลที่ดีที่สุด" ในการสู้ศึก

2.การวางตัวผู้สมัครในระดับภาคและระดับเขต พึ่งพา "มือเก่า" ทางการเมืองมากเกินไป ทั้งๆ ที่กระแสการเมืองเปลี่ยนไปมาก แถมยังมีการเล่นพรรคเล่นพวก เขี่ยฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ลงสมัคร เอาคนของตัวเองมาเสียบแทน บางเขตส่ง "ละอ่อนทางการเมือง" ลงสู้ ทำให้พ่ายแพ้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ปรากฏการณ์นี้เห็นชัดที่จังหวัดสงขลา ประชาธิปัตย์หายไป 6 ที่นั่งจาก 8 ที่นั่ง

3.พื้นที่ชายแดนใต้เจอกระแสพรรคประชาชาติ และพลังพิเศษของพรรคพลังประชารัฐ เบียดตกขอบ ทำให้เก้าอี้ ส.ส.หายไปถึง 9 เก้าอี้

4.การประกาศจุดยืน "ไม่หนุนลุงตู่" ของคุณอภิสิทธิ์ บวกกับกระแสอนาคตใหม่ ทำให้ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ใน กทม. เก้าอี้ ส.ส.หายไป 20 กว่าเก้าอี้ และน่าเสียดายที่นักการเมืองรุ่นใหม่น้ำดี มีความรู้ เช่น หมอเอ้ก คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ , ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ , ต้องกลายเป็นแค่อดีตผู้สมัคร

นี่คือเหตุผลพื้นๆ ที่ทราบๆ กันอยู่ ซึ่ง "ล่าความจริง" เรียบเรียงมาให้ดูกันง่ายๆ แต่มีเหตุผลลึกๆ ที่ทำให้ประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ในอีกหลายๆ พื้นที่ของภาคใต้ เช่น พัทลุง สตูล ภูเก็ต ระนอง รวมทั้งสงขลา มีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประชาธิปัตย์ไม่ได้แพ้พรรคคู่แข่งอย่างเพื่อไทย อนาคตใหม่ หรือประชาชาติ แต่แพ้ให้กับพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย

มีสุ้มเสียงจาก "คนใน" ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ใต้ผู้คร่ำหวอดเกมการเมือง ระบุว่า ปชป.โดน พลังประชารัฐกับภูมิใจไทย แท็กทีมโจมตี ทำให้ร่วงอย่างที่เห็น

หากมองปรากฏการณ์นี้ เทียบกับการเมืองภาพใหญ่ จะเห็นว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมา เสียงรวมของ "ฝั่งหนุนลุงตู่" ยังเท่าเดิม ถ้าย้อนอดีตกลับไป คุณอภิสิทธิ์ไม่ประกาศลอยแพลุงตู่ โพลล์ตอนนั้น เก้าอี้ ส.ส.จะอยู่ที่ 80-85 ที่นั่ง เมื่อไปรวมกับฝั่งพลังประชารัฐ ก็จะเป็นรัฐบาลได้ แต่เมื่อคุณอภิสิทธิ์ประกาศไม่หนุนลุงตู่ ประชาธิปัตย์ก็โดนทุบ แต่เก้าอี้ ส.ส.ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ที่ฝั่งลุงตู่ เพราะเสียเก้าอี้่ให้พลังประชารัฐกับภูมิใจไทย แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงแน่ๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ คือ คุณอภิสิทธิ์ต้องเป็นฝ่ายไป ถูกเขี่ยให้พ้นทาง และหัวหน้าพรรคคนใหม่ กับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะเปลี่ยนท่าทีของพรรคให้หนุนลุงตู่เป็นนายกฯ หรือพูดให้กว้างกว่านั้นคือ จับมือกับขั้วพลังประชารัฐอย่างแนบแน่น มั่นคง

นี่คือเกมการเมืองที่ต้องบอกว่าเล่นกันโหดจริงๆ และสะท้อนให้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว ภูมิใจไทยจับมือกันแน่นกับพลังประชารัฐ โดยสะท้อนผ่านชัยชนะของ ส.ส.เขตในพื้นที่ภาคใต้ (ฉะนั้นไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่า ภูมิใจไทยจะยื่นข้างไหนระหว่างขั้วการเมืองใหญ่ 2 ขั้ว)

ข่าวล่าสุด