นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่มุ่งแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรทางทะเล สืบเนื่องจากการที่อ่าวบ้านดอน เป็นอ่าวที่มีการไหลรวมของแม่น้ำสำคัญ 12 สาย จึงเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำทะเลอุดมสมบูรณ์ เหมาะในการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะสัตว์จำพวกหอยชนิดต่างๆ เช่น หอยนางรม หอยแครง หอยแมงภู่ หอยขาว ทำให้อ่าวบ้านดอนถูกยึดถือครอบครองทั้งที่ถูกต้องตามกฏหมายและผิดกฏหมาย
ปัจจุบันปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ในอ่าวบ้านดอน นับวันจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ แม้ว่าหน่วยราชการหลายหน่วยงานจะพยามยามแก้ปัญหาดังกล่าวก็ตาม และโครงการดังกล่าวเป็นการเปิดพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สาธารณะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้มาใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้กติกาที่กำหนด เพื่อให้เกิดความเสมอภาค และยั่งยืนตลอดไป
โดยในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ร่วมกับชาวประมงพื้นบ้านและเครือข่ายอนุรักษ์ฯได้เปิดพื้นที่สาธารณะ เพื่อทำโครงการป่า-เลชุมชนรอบๆอ่าวบ้านดอน ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ ไชยา ท่าฉาง พุนพิน เมือง กาญจนดิษฐ์ และดอนสัก ไปแล้วประมาณ 4,000 ไร่ ซึ่งบางพื้นที่ประสบความสำเร็จและเกิดความยั่งยืน มีการตั้งเป็นกองทุนและประสานงานกับหน่วยงานภาคเอกชนมาช่วยสนับสนุนโครงการ อย่างกรณีป่า-เลชุมชน ท่าทอง ซึ่งเป็นที่มาของงานเทศกาลจับหอยด้วยมือเปล่าท่าทอง
ในวันนี้จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวหรือประชาชนทั่วไป ที่อยากจะมาทดลองจับหอยด้วยมือเปล่าสามารถเดินทางเข้ามาได้ติดต่อมาที่สำนักงาน หรือที่ชุมชนบ้านท่าทอง ทางชุมชนมีเรือไว้บริการ โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าเรือ ส่วนการเก็บหอยไปบริโภคหรือนำไปขายไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าการเก็บหอยด้วยมือเปล่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ หอยจึงจะหมด