เวทีดีเบตในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง มีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือแทบทุกเวที ตัวแทนพรรคการเมืองใหญ่ๆ ที่ไปร่วมดีเบต มักประกาศในทำนองไม่สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 1 สมัย และมีแนวโน้มจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล
สาเหตุที่พรรคการเมืองแสดงท่าทีเช่นนี้ เพราะเชื่อว่ากระแสสังคมไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และเบื่อหน่าย คสช. ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของนักวิชาการบางรายที่มีการแชร์กันในโซเชียลมีเดีย เช่น อาจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยอาจชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ได้ ส.ส.ถึง 200 เสียง ขณะที่พรรคอนาคตใหม่อาจไหลไปถึง 50 เสียง ทำให้พรรคที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" มี ส.ส.เกินครึ่งสภา และมีแนวโน้มได้จัดตั้งรัฐบาลหลังประกาศผลเลือกตั้งทันที
การประเมินของนักวิชาการจากจุฬาฯ สอดคล้องกับการประเมินและวิเคราะห์แนวโน้มการเลือกตั้งของหน่วยงานความมั่นคงบางหน่วยที่ประเมินกันเป็นการภายใน และไม่ได้ทำรายงานส่งถึงรัฐบาล ผลการประเมินแม้จะไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ หรือถล่มทลาย แต่ก็เชื่อว่าจะชนะห่างพรรคพลังประชารัฐเกือบ 100 เสียง คือ ราวๆ 150 ต่อ 64 เลยทีเดียว
แต่ยังมีการประเมินของหน่วยงานรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.มากกว่าพรรคพลังประชารัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือห่างกันไม่ถึง 20 ที่นั่ง และฝั่งเครือข่ายของพรรคเพื่อไทยได้เสียง ส.ส.รวมกันไม่ถึง 250 เสียง ทำให้พรรคพลังประชารัฐยังมีโอกาสมากกว่าที่จะจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะเป็นพรรคอันดับ 2 และมีเสียง ส.ว.อีก 250 เสียงพร้อมสนับสนุน