สำหรับเรื่องดังกล่าวทางด้านสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธ เรื่องดังกล่าวในกรณีที่มีการให้ข้อมูลว่าทางด้านสหรัฐฯ ยังคงกำลังทหารเกือบ 1,000 คนไว้ในซีเรีย แต่พวกเขากล่าวย้ำว่าคงกำลังทหารเอาไว้ตามแผนการเดิมนั่นคือราว 200 คนโดยเรื่องดังกล่าวถูกแถลงโดย พล.อ.โจเซฟดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการร่วม
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ กำลังดำเนินการวางแผนทางทหารโดยละเอียดกับเสนาธิการใหญ่ของตุรกีอยู่เพื่อจัดการกับความกังวลด้านความมั่นคงของตุรกีตามแนวชายแดนตุรกี-ซีเรียซึ่งทางด้านตุรกีเองก็หวั่นเกรงกองกำลังชาวเคิร์ด จะขยายดินแดนมากขึ้นและรุกล้ำเข้าสู่ตุรกี ที่ผ่านมาทางด้านตุรกีมองกว่ากลุ่มชาวเคิร์ดนั้นเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่คอยบั่นทอนความมั่นคงประเทศตุรกีมาอย่างยาวนานนั่นเอง
เมื่อเดือนธันวาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศการถอนทหารสหรัฐฯ 2,000 คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียโดยทันที และประกาศชัยชนะต่อกลุ่มไอเอส การตัดสินใจที่ทำให้ จิม แมททิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ถึงกับประกาศลาออก
หลังจากนั้น ภายใต้แรงกดดันจากสภาคองเกรสและเพนตากอน เขาเห็นพ้องว่าจะทิ้งกองกำลังคงค้างไว้ราว 200 คน ซึ่งเขาต้องการกำลังเสริมจากเหล่าพันธมิตรในกลุ่มพันธมิตรต่อต้านไอเอสด้วยเป้าหมายของกองกำลังนานาชาติคือการรับประกันความปลอดภัยของพันธมิตรชาวเคิร์ดในซีเรียไม่ให้ถูกบุกรุกจากตุรกีนั่นเอง