เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ชี้ "Blind Trust" ไม่แก้ผลประโยชน์ทับซ้อน

19 มี.ค. 2562 | lastman

(คลิปข่าว) ชี้ "Blind Trust" ไม่แก้ผลประโยชน์ทับซ้อน

คำแถลงของนายธนาธร ที่ประกาศโอนหุ้นให้ Blind Trust บริหารจัดการแทน โดยอ้างว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของนักการเมืองไทย ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนั้น ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายในหลายประเด็น ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมต.คลัง โพสต์เฟซบุ๊ค "ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้"

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจความหมายของ Blind Trust กันก่อน นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ อธิบายให้ "เนชั่นทีวี" ฟังว่า Blind Trust มีลักษณะคล้ายๆ Private Fund หรือ "กองทุนส่วนบุคคล" ที่บริหารจัดการทรัพย์สินแทนบุคคลอื่น เพียงแต่เจ้าของทรัพย์สินจะไม่สามารถรับรู้ขั้นตอนการลงทุน ตลอดจนผลตอบแทน ตามเงื่อนไขระยะเวลาที่กำหนด ขณะที่ Private Fund ทั่วๆ ไป เจ้าของทรัพย์สินจะสามารถรับรู้ขั้นตอนการลงทุนและผลตอบแทนได้ตลอดเวลา เพียงแต่ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจในการลงทุน

นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ อธิบายต่อว่า ประเทศไทยยังไม่มี Blind Trust มีแต่ร่างกฎหมายทรัสต์ซึ่งยังไม่ผ่านสภา อยู่ในแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ฉะนั้นสิ่งที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ดำเนินการ น่าจะมีลักษณะคล้าย Private Fund แต่เพิ่มข้อตกลงแนบท้ายสัญญาเรื่องการไม่รับรู้ขั้นตอนการลงทุน และผลตอบแทน ตลอดจนไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่างๆ ซึ่งระยะเวลาที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศ ก็คือตลอดเวลาที่อยู่ในวงการเมือง กระทั่งพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว 3 ปี

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับข้อมูลของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมต.คลัง ที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว จั่วหัวว่า "ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้" วิจารณ์การแถลงข่าวเรื่อง Blind Trust ของนายธนาธร โดยบอกว่า Blind Trust ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายธนาธรลงนามไป จึงไม่ใช่ Blind Trust

ส่วนการโอนทรัพย์สินให้กองทุนส่วนบุคคลดูแล มีอดีตรัฐมนตรีหลายคนเคยทำแล้ว รวมทั้งตนเองด้วย แต่การที่นายธนาธรบอกว่าทรัพย์สินที่โอนไปนี้จะ "มองไม่เห็น" จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องดี เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่านักการเมืองมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

ฉะนั้นวิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน คือการขายขาด แต่อย่าขายให้นอมินี หากไม่ขาย วิธีที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ที่ "มองไม่เห็น"

ข่าวล่าสุด