และล่าสุด นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประเด็นนายธนาธร ลงนามจัดการทรัพย์สิน ให้เอกชนจัดการ โดยมีข้อความระบุว่า...
จากหลากหลายความคิดเห็นที่เสนอเข้ามา ผมเลยขออธิบายความกังวลผมเพิ่มเติมตอนท้ายครับ...
ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้
จากการแถลงข่าวเรื่อง blind trust ของคุณธนาธร ทำให้มีสื่อบางรายได้ทักท้วง สรุปความได้ว่า การอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยมีนักการเมืองอีกหลายท่าน รวมทั้งผมด้วย เคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว..
ผมขอชี้แจงตามนี้ว่า
1. "Blind Trust" ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust และไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน
2. คุณธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน
3. ผมเองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน
4. แต่หลายปีมาแล้วผมได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะผมคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ มองไม่เห็น เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้
จริงๆแล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด (แต่อย่าขายให้ nominee กันอีกนะครับ)
แต่หากไม่ขาย ผมว่าที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ๆ มองไม่เห็น
***ความเห็นเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน: หลายคนบอกว่ายังไงๆก็ต้องเห็นว่าลงทุนในอะไรบ้าง เพราะต้องรายงาน ปปช. ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ควรจะอ้างว่า มองไม่เห็น ครับ มันเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง.ส่วนการจัดตั้ง Blind Trust นั้นช่วยแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นหรือไม่ ผมคิดว่าช่วยได้จริงครับ แต่ต้องเปิดให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา คือพูดง่ายๆ ต้อง เห็น และมีความโปร่งใสตลอดเวลา ซึ่งปัญหาก็ยังจะมีอยู่ว่าเมื่อผู้มีอำนาจที่เป็นเจ้าของกองทุน เห็น แล้ว เขาก็สามารถเอื้อต่อทรัพย์สินของเขาได้อยู่ดี แต่อย่างน้อยเราติดตามและตรวจสอบได้
ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่ประชาธิปัตย์เพิ่งแถลงไปว่านักการเมืองทุกคนควร เปิดเผยผลประโยชน์ที่ตนและทุกคนในครอบครัวมี และไม่ควรทำอะไที่ทำให้คน ไม่เห็น ครับ
ส่วนโพสต์ที่ลบออกไปบ้างเป็นเพราะหยาบคายและไม่อยู่ในประเด็นครับ ความเห็นต่างที่สุภาพและอยู่ในประเด็นผมเปิดให้ได้อ่านโดยทุกคน