วันที่ 15 มีนาคม 2562 ทางด้านกลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ได้รายงานถึงความขัดแย้งในประเทศซีเรีย และก่อให้เกิดเป็นสงครามกลางเมือง โดยความขัดแย้งในซีเรียปะทุขึ้นจากการประท้วงรัฐบาล ในเมืองดาเราะห์ ทางภาคใต้ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2554 ก่อนที่การประท้วงจะลามไปทั่วประเทศ และรัฐบาลใช้กำลังปราบปราม สุดท้ายหลายประเทศมหาอำนาจและกลุ่มติดอาวุธถูกดึงเข้าไปร่วมวงด้วย จนบานปลาย และ รุนแรงต่อเนื่อง
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนนั้นพบว่า 8 ปี มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 370,000 คน รวมถึงเด็กมากกว่า 21,000 คน และผู้หญิงประมาณ 13,000 คน
นอกจากนั้นยังมีรายงานการแบ่งแยกว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตนั้นมาจากส่วนใดบ้าง พบว่าเป็นทหารกองทัพซีเรีย และกลุ่มนักรบแนวร่วม รวมกว่า 125,000 คน ขณะที่นักรบกบฏ และนักรบชาวเคิร์ด เสียชีวิต 67,000 คน นักรบกลุ่มไอเอสและกลุ่มฮายัต ตอฮ์รีร์ อัล ชาม เสียชีวิตรวมกันเกือบ 66,000 คน
การสู้รบทำให้ชาวซีเรียกลายเป็นผู้พลัดถิ่น หรือหลบหนีออกนอกประเทศ ประมาณ 13 ล้านคน นับเป็นการพลัดถิ่นของประชากรครั้งใหญ่สุด ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และอาคารบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภคพังพินาศคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะนี้รัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาซาร์ อัล อัสซาด ได้ประกาศให้ผู้อพยพ สามารถเดินทางกลับไปยังถิ่นที่อยู่ได้แล้วในทุกเมือง โดยได้ประกาศชัดว่าเวลานี้ประเทศซีเรียกำลังเดินหน้าเข้าสู่ความสงบ แต่ทว่าหลายฝ่ายก็ยังคงเป็นกังวลในส่วนทางด้านตอนเหนือของประเทศซีเรีย เนื่องจากทางด้านกองทัพตุรกี กำลังมองถึงการข้ามพรมแดนเข้ามาจัดการกับกลุ่มนักรบชาวเคิร์ด ที่ทางด้านตุรกีมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายเช่นกัน แต่ทางกองทัพตุรกีก็หวั่นเกรงทางด้านกองทัพของซีเรีย เช่นกัน เพราะทางด้านผู้นำเคิร์ดได้ไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพซีเรีย หลังจากพวกเขาถูกปล่อยทิ้งจากกองทัพของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้