ลำไย ข้าว ผักเมืองหนาว ผลไม้เมืองหนาว และดอกไม้ คือ 5 พืชที่ชุมชนในเครือข่ายตำบลสุขภาวะที่ได้มาประชุมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบุว่าได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด
แม้เป็นชุมชนเล็กๆ ที่ไม่ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเท่าชุมชนเมือง แต่กลับตื่นตัวกับการปัญหาโลกร้อนมากว่าคนในเมือง และพยายามหาทางแก้ไข
ป่าชุมชนบ้านสันป่าบง บนพื้นที่ 25 ไร่ ที่เคยถูกบุกรุกปลูกโพด วันนี้เต็มไปด้วยไม้ยืนต้น 3,187 ต้น มากที่สุดคือต้นสัก 700 ต้นสามารถดูดซับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้จำนวน 37, 000 กิโลคาร์บอน ซึ่งเทศบาลตำบลหงาวตั้งเป้าที่จะเพิ่มพื้นที่การป่าชุมชนอีก 200 ไร่ จากเดิมที่มีอยู่ 500 ไร่รวมเป็น 700 ไร่ใน ปี 2566? หรือภายใน 5 ปีนับจากนี้
การปลูกป่าชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญในการเข้าร่วมโครงการชุมชนจัดการภาวะโลกร้อน ที่ต้องดำเนินการใน 5 ด้านได้แก่ป่า ดิน น้ำ พลังงาน และขยะ ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะโลกร้อนของชุมชนในเครือข่ายตำบลสุขภาวะ
ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ บอกว่า ต้องอาศัยทุกภาคส่วนที่อยู่ในชุมชน จึงจะทำให้เกิด การพัฒนาที่ยั่งยืน เกิดเป็นวิถีการจัดการตนเองของชุมชน โดยการเรียนรู้ตัวเอง จัดการตนเอง รู้จักการนำใช้ข้อมูล รู้จักทุนและศักยภาพของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างศักยภาพการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปลัดเทศบาลตำบลหงาว บอกด้วยการปลูกป่าชุมชนนอกจากจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซค์ ลดปัญหาภาวะโลกร้อนแล้ว ยังช่วยให้ชาวบ้านเข้ามาเก็บหาของป่าในพื้นที่สาธารณะ โดยไม่ผิด พ.ร.บ.อุทยาน อีกด้วย เกิดเป็นทุนทางสังคมของชุมชนอีกทางหนึ่ง