นายชวลิตทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่าจากกรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้บริษัท โกลบอลเพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) รวมกิจการกับบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) หรือ GLOW ภายใต้เงื่อนไขให้ GLOW จำหน่ายกิจการของบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัดให้แล้วเสร็จก่อนหรือเวลาเดียวกันกับที่ GPSC รวมกิจการกับ GLOWซึ่งล่าสุด GLOW ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นวันที่ 14 มีนาคม 2562 GPSC จึงเข้าทำธุรกรรมซื้อหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมในGLOW จาก ENGIE Global Developments B.V. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GLOW ในสัดส่วน 69.11%โดยการชำระค่าหุ้นในราคาหุ้นละ 91.9906 บาท มูลค่าประมาณ 93,000ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันGPSCเตรียมแผนการดำเนินการในขั้นตอนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของกิจการ(Tender Offer) สัดส่วนประมาณ 30.89% ของหุ้นทั้งหมดของ GLOWในราคาเดียวกันกับการซื้อขายหุ้นระหว่าง GPSC และENGIE Global Developments B.V. แต่ทั้งนี้ราคาดังกล่าวจะมีการปรับลดลงหาก GLOW มีการกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับเงินปันผลหรือสิทธิใดๆ ต่อผู้ถือหุ้น โดยการกำหนดสิทธิดังกล่าวเกิดก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อ ราคาเสนอซื้อหุ้นของ GLOW จะปรับลดลงในจำนวนเงินเทียบเท่าเงินปันผลหรือสิทธิต่างๆ ดังกล่าว และผู้ถือหุ้นที่แสดงเจตนาขายจะได้รับสิทธิเงินปันผลหรือสิทธิต่างๆ ดังกล่าวของ GLOW โดยคาดว่าจะสามารถยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์(Tender Offer) อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มีนาคม 2562 นี้ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ภายหลังการรวมกิจการจะส่งผลให้ GPSCมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 2,771เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิต 1,955 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 4,726 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ GPSCมีการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญและสามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมได้มากยิ่งขึ้น
"GPSC มีความพร้อมที่จะให้บริการและดูแลลูกค้าทุกรายด้วยการส่งมอบพลังงานที่มีเสถียรภาพพร้อมกับการสร้างนวัตกรรมในธุรกิจไฟฟ้าจากการนำจุดแข็งของทั้งสองบริษัทมาเสริมความแข็งแกร่งด้วยการผนึกศักยภาพผลิตไฟฟ้า(Operational Synergy) ทำให้เกิดการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและให้บริการซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศโดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะมีการลงทุนมากขึ้นในระยะยาว"นายชวลิตกล่าว
ข้อมูลเกี่ยวกับ GPSC
GPSC ถือหุ้นโดย บมจ.ปตท.(PTT) ในสัดส่วน 22.6% บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)22.7% บมจ.ไทยออยล์ (TOP)8.9% บจ. ไทยออยล์ พาวเวอร์ (TP) 20.8% และนักลงทุนทั่วไป 25% GPSC แกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่มปตท. ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยปัจจุบัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) รวมประมาณ 1,955 เมกะวัตต์ ไอน้ำรวมประมาณ 1,585 ตันต่อชั่วโมงน้ำเย็นรวมประมาณ 12,000 ตันความเย็นและน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมรวมประมาณ 2,080ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง